คนรักสัตว์ควรรู้ โรคที่ สุนัข แมว ต่างก็เป็นได้

สุนัข แมว เป็นสัตว์เลี้ยง 2 สายพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้ที่รักสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ จึงควรรู้ว่ามีโรคอะไรบ้างที่ทั้งสุนัขและแมวสามารถเป็นได้ เพื่อการป้องกันและดูแลรักษาอย่างทันท่วงที

โรคหนอนพยาธิตัวกลม ตัวแบน ตัวตืด

หนอนพยาธิเป็นปรสิตที่อาศัยอยู่ในร่างกายได้ทั้งคนและสัตว์ สำหรับสุนัข แมว หนอนพยาธิที่พบบ่อย คือ พยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ในปอด พยาธิตัวตืด พยาธิตัวจี๊ด พยาธิปากขอ ซึ่งมักจะมาจากการปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำ หรืออาจเกิดจากลูกสุนัขและแมวที่ดูดนมจากเต้าของแม่ที่เป็นโรคหนอนพยาธิก็ได้เช่นกัน

เพื่อการป้องกันโรคหนอนพยาธิ สัตวแพทย์จึงแนะนำให้เจ้าของพาสัตว์เลี้ยงไปรับยาถ่ายพยาธิกินเป็นประจำทุก 3 เดือนหรืออย่างช้า 6 เดือน

โรคพยาธิหนอนหัวใจ

โรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นที่รู้จักกันในบรรดาคนเลี้ยงสุนัขอยู่แล้ว ซึ่งแมวก็เป็นได้เช่นกัน เกิดจากการที่ยุงไปกัดสุนัขที่มีเชื้อ Dirofilaria immitis อยู่ แล้วไปกัดที่แมวต่อ ทำให้ส่งต่อเชื้อกันได้ และเมื่อตัวอ่อนเติบโตขึ้นในร่างกายของสุนัข แมว ก็จะเคลื่อนที่ไปในกระแสเลือดแล้วอาศัยอยู่ตามอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจและปอด ทำให้สัตว์ทั้งสองสายพันธุ์เสียชีวิตได้

สัตวแพทย์จึงแนะนำให้ผู้เลี้ยงป้อนยาเม็ดไอเวอร์เมคติน ยากิน (สำหรับสุนัข) หรือให้ยาเซลาเมคตินแบบหยอดหลัง  (สำหรับสุนัขและแมว) ร่วมกับการดูแลที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงไม่ให้มียุงชุม จะช่วยลดความเสี่ยงโรคนี้ได้

โรคติดเชื้อโปรโตซัว Gladiasis

เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดปัญหาในระบบลำไส้และทำให้การดูดซึมอาหารลดลง มักมาจากการที่สุนัข แมวถูกเลี้ยงอย่างแออัดรวมกันในสถานที่ที่สุขอนามัยไม่ดี ทำให้เกิดการปนเปื้อนของอุจจาระในอาหารและน้ำ รวมถึงการเลียขนทำความสะอาดของสัตว์ที่มีอุจจาระปนเปื้อนตามตัวด้วย

เมื่อเชื้อเข้ามาสู่ลำไส้ของสุนัขและแมวแล้วจะทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง อุจจาระจะมีกลิ่นเหม็นเน่า และเกิดเป็นโรค IBD (Inflammatory Bowel Disease) หรือลำไส้อักเสบแบบเรื้อรังได้

โรคนี้ต้องป้องกันด้วยการดูแลความสะอาดในที่อยู่ของสัตว์เลี้ยง และหากสัตว์ป่วยแล้ว สัตวแพทย์จะให้กินยาสำหรับฆ่าเชื้อต่อเนื่อง 5 ถึง 7 วัน

นอกจากโรคทั้งสามที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีโรคที่สุนัข แมว เป็นร่วมกันได้อีกหลายชนิดรวมถึงโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งคนทั่วไปรู้จักกันดี ผู้ที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงควรดูแลเรื่องการฉีดวัคซีนตามกำหนดระยะเวลาอย่าง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามไปยังสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ และไม่สร้างปัญหาให้แก่ผู้เลี้ยงในระยะยาวด้วย

คนรักสัตว์ควรรู้ โรคที่ สุนัข แมว ต่างก็เป็นได้

อยากรู้อายุสุนัข แมว เมื่อเทียบกับคนต้องอ่าน

สุนัข แมว เป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดคนอย่างมาก เรียกได้ว่าตั้งแต่สมัยโบราณมีความนิยมเลี้ยงสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ เพื่อเป็นทั้งเพื่อนสร้างความบันเทิง ลดความเครียด สำหรับสุนัขยังช่วยในการเป็นยามเฝ้าบ้านเรือน และสำหรับแมวเชื่อว่าเรียกโชคลาภได้ ในวันนี้ผู้ที่อยากรู้อายุของสุนัข แมวเมื่อเทียบกับคน พลาดไม่ได้ติดตามอ่านกันเลย

อยากรู้อายุสุนัข แมว เมื่อเทียบกับคน

เปรียบเทียบอายุ สุนัข แมว จากตารางมาตรฐานของสัตวแพทย์

สัตวแพทย์ทั่วโลกบอกอายุสุนัข แมว จากตารางมาตรฐานแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง ดังนี้

หากเป็นสุนัข อายุ 1 ปีแรกจะเท่ากับคนอายุ 15 ปี ส่วนแมว เมื่ออายุครบ 1 ปี จะเทียบเท่าคนวัยเจริญพันธุ์ คือ 24 ปี หลังจาก 1 ปีแรกของสุนัข อายุเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นปีละ  5 ปีของคน โดยประมาณ เช่น อายุสุนัข  2 ขวบจะเท่ากับคน  24 ปี และเมื่อสุนัขอายุ 5 ปี จะเทียบเท่ากับคนวัย 36 ปี

กรณีของแมว อายุจะเพิ่มเป็นสัดส่วนไวกว่าของสุนัข กล่าวคือ แมวที่อายุ 2 ขวบจะเทียบเท่ากับคนอายุ 36 ปี และแมวที่อายุ 5 ปี จะเทียบเท่ากับคนวัยเกือบ 50 ปี

ลักษณะทางกายภาพที่เปลี่ยนแปลงไปของสุนัข แมว ตามวัยที่เพิ่มขึ้น

กรณีที่ไม่ทราบปีเกิดของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าสุนัข แมว จะมาจากการรับเลี้ยงหรือสงเคราะห์ สัตวแพทย์จะแนะนำให้ดูจากลักษณะกายภาพที่พอจะบ่งบอกได้ถึงอายุของสัตว์เลี้ยงทั้งสอง ดังนี้

1. สุขภาพในช่องปาก

ฟันของสุนัขจะมี 2 ชุด เมื่ออายุประมาณ 1 เดือนจะมีฟันน้ำนม 28 ซี่ และเมื่ออายุ 6 เดือนจะมีฟันแท้ 42  ซี่  ส่วนของแมว จะมีฟันน้ำนม 26 ซี่ เมื่อโตเต็มวัยจะมีฟันแท้ 30 ซี่ เมื่ออายุมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ฟันของสุนัข แมวจะมีลักษณะเหลือง มีคราบหินปูน ฟันหัก  แตกกร่อน หรือหลุดร่วงไป

2.  ระบบกล้ามเนื้อและข้อต่อร่างกาย

สุนัข แมว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจะมีการเคลื่อนไหวช้าลง มีปัญหาข้อเสื่อมเช่นเดียวกับผู้สูงอายุ สังเกตได้จากการเคลื่อนไหวที่ลดน้อยลง ไม่ค่อยเดินขึ้นลงบันได การกระโดดไม่สูงอย่างแต่ก่อน และจำนวนไม่น้อยก็พบว่ามีปัญหาโรคอ้วนและน้ำหนักเกินด้วย

3. ดวงตาและการมองเห็น

สุนัข แมว ที่อายุมากขึ้น ความเป็นประกายในดวงตาจะลดลง มีภาวะโรคตาต้อ การมองเห็นศักยภาพลดลง หากเจ้าของมองดูอาจพบว่าตาขุ่นมัวหรือมีรอยที่กระจกตาด้วย ต่างจากสุนัข แมวที่อายุน้อย ดวงตาจะสดใสเป็นประกายแวววาวและมีการกรอกไปมาอย่างซุกซนตลอดเวลา

อายุสุนัข แมว เมื่อเทียบกับคนต้องอ่าน

สุนัข แมว ต้องการการดูแลที่แตกต่างตามช่วงวัย ผู้เป็นเจ้าของจึงควรคาดคะเนอายุและดูแลสัตว์เลี้ยงใกล้ชิดตามความเหมาะสม เพื่อตอบแทนความสุขและประโยชน์ที่ได้รับจากสัตว์เลี้ยงทั้งสองอย่างเหมาะสมตลอดชีวิต

สิ่งที่ต้องคิดก่อนการมีสัตว์เลี้ยง

การมีสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสิ่งผ่อนคลายความเครียดและบรรเทาความเหงาของคนยุคใหม่นี้ แต่ก่อนที่จะมีสัตว์เลี้ยงคุณควรพิจารณาความพร้อมในสิ่งใดบ้าง จึงจะทำให้ไม่มีปัญหาในอนาคตตามมา

มีพื้นที่และคนดูแลอย่างใกล้ชิด

รู้จักอุปนิสัยของสัตว์เลี้ยง

คุณต้องศึกษาผ่านเว็บไซต์ หรือหนังสือเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงว่าแต่ละสายพันธุ์มีนิสัยอย่างไร แม้ว่าจะเป็นแมว สุนัข ที่คนส่วนใหญ่รู้จักและนิยมกัน ก็ยังมีความแตกต่างตามพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ทำให้มีความดุ ความขี้เล่น ความหวงเจ้าของที่ไม่เท่ากัน คุณจึงห้ามพลาดข้อแรกนี้โดยเด็ดขาด

มีพื้นที่และคนดูแลอย่างใกล้ชิด

สัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัข และแมวจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการวิ่งเล่น และการขับถ่าย ซึ่งคุณควรต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวในการรองรับสิ่งเหล่านี้ หากอาศัยในหมู่บ้านที่มีสวนสาธารณะ หรือมีสวนสาธารณะอย่างสวนลุมพินีใกล้บ้าน ก็ควรมีคนดูแลรับผิดชอบในการเก็บมูลสัตว์ ไม่ให้มีปัญหาสิ่งปฏิกูลเรี่ยราดตามพื้นที่ส่วนรวมด้วย

ศึกษาอาหารที่เหมาะสมกับวัยของสัตว์เลี้ยง

สัตว์แต่ละชนิดจะมีอาหารที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ต่างกัน เพื่อพัฒนาการทางสมอง และความสมบูรณ์ของอวัยวะภายในร่างกายที่ดีที่สุด คุณควรศึกษาว่าในช่วงวัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ และวัยชราของสัตว์เลี้ยงที่คุณสนใจต้องเน้นสารอาหารกลุ่มไหน ซึ่งสัมพันธ์กับการบริหารค่าใช้จ่ายรายวันของคุณที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นด้วย

การฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยง

การเสริมสร้างภูมิต้านทานแก่สัตว์เลี้ยงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คุณต้องศึกษา เนื่องจากสัตว์แต่ละสายพันธุ์จะมีโรคประจำตัวอยู่ เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วย น้ำนม อย่างสุนัข แมว หนู กระต่าย จะมีโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถติดต่อมายังคนได้ รวมถึงมีโรคเฉพาะของสัตว์ เช่น ไข้หัดสุนัข และแมว โรคตับ โรคลำไส้ โรคฉี่หนู ที่ทำให้สัตว์ป่วย ทรมาน และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว คุณจึงควรวางแผนการฉีดวัคซีนกับคลินิคสัตวแพทย์ใกล้บ้านอย่างสม่ำเสมอด้วย

การปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม

สำหรับคนที่เลี้ยงสุนัขเพื่อเฝ้าบ้าน ก็ควรทำการถางหญ้าและจัดการพื้นที่รกอันเป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์มีพิษอย่างตะขาบ งู รวมถึงโจรผู้ร้ายด้วย เพื่อความสวยงามของบ้านและลดเปอร์เซ็นต์การเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ที่จะเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและตัวคุณได้

การให้ความรักสม่ำเสมอ

ไม่ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะเป็นสายพันธุ์อะไร การให้เวลา ความเอาใจใส่ และความรักอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สัตว์เหล่านี้ มีความสุข ร่าเริงและไม่ป่วยง่าย มีการศึกษาว่าสัตว์ที่อยู่ใกล้ชิดคนมากเท่าใด ก็จะซึมซับความรู้สึกนึกคิดและมีความผูกพันกับคนมากเพียงนั้น คุณจึง ต้องตั้งใจว่าจะเลี้ยงจนแก่เฒ่า ไม่ทอดทิ้งจนมันตรอมใจและตายอย่างโดดเดี่ยว

รู้จักอุปนิสัยของสัตว์เลี้ยง

จะเห็นได้ว่า การมีสัตว์เลี้ยงมีภาระและความรับผิดชอบที่คุณต้องยอมรับให้ได้ อย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงให้ประโยชน์ทางจิตใจ ช่วยให้คุณคลายเหงาและยังสามารถช่วยเฝ้าบ้านให้คุณได้ การดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด จึงเป็นการตอบแทนความซื่อสัตย์และจงรักภักดีของสัตว์เหล่านี้อย่างแท้จริง

การมองเห็นและประสาทสัมผัสอื่น ๆ ของ สุนัข แมว เหมือนคนเราไหม

การมองเห็นและประสาทสัมผัสอื่น ๆ ของ สุนัข แมว

การใช้ประสาทสัมผัสด้านการมองเห็น ดมกลิ่น การได้ยินของ สุนัข แมว จะเหมือน หรือต่างจากคนเราเพียงใด เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้วิจัยและค้นหาคำตอบมาอย่างต่อเนื่อง และนำมาซึ่งเรื่องน่าสนใจที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้

สีที่สุนัข แมว มองเห็นต่างจากคนอย่างไร

ในดวงตาของสุนัข จะมีเซลล์ที่ทำหน้าที่รับแสง หรือ cone cell 2 ชนิด ซึ่งต่างจากคนที่มี 3 ชนิด จึงทำให้จำนวนสีที่สุนัขมองเห็นได้น้อยกว่า เช่น ไม่สามารถแยกความแตกต่างของสีน้ำตาล , เหลืองอ่อน-เข้ม , ฟ้าอ่อน-เข้ม ได้ ส่วนแมวก็มีความต่างออกไปอีก คือ จะเห็นสีเขียวและฟ้าชัดเจน แต่จะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสีแดงสดกับสีโทนชมพูได้

ระยะหรือความไกลที่สุนัข แมว รับรู้ภาพได้เป็นเช่นไร

เมื่อเทียบกับสายตาของคนปกติแล้ว สุนัขจะมีสายตาที่เห็นได้ระยะสั้นและคมชัดน้อยกว่าคนในช่วงเวลากลางวัน จึงทำให้ต้องใช้ประสาทสัมผัสทางจมูกช่วยแยกกลิ่น แต่ในช่วงเวลากลางคืน สุนัขจะมีเซลล์ชื่อ rod cell เพื่อช่วยในการมองเห็นดีกว่าคน ทั้งยังมีส่วนที่เรียกว่า Tapetum lucidum ที่ทำหน้าที่สะท้อนแสงเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นให้ชั้นเรตินา จึงทำให้เราเห็นดวงตาสุนัขมีความแวววาว และเห็นสิ่งที่คนเราไม่เห็นในที่มืดสลัว

ส่วนแมว จะมีข้อจำกัดที่การเห็นภาพจะอยู่ในระยะแค่ 6 เมตร และวัตถุที่อยู่ตรงกลางจมูกแมวจะเห็นภาพเบลอ ๆ ไม่ชัด ส่วนในยามกลางคืน แมวจะมีเซลล์รับแสงและกลไกช่วยสะท้อนแสงเช่นเดียวกับสุนัข จึงเป็นประโยชน์ในการล่าสัตว์เล็ก เช่น หนู แมลงสาบ ซึ่งเป็นไปตามสัญชาติญาณนักล่านั่นเอง

ทักษะอื่นๆ ที่ช่วยในการมองเห็นของสุนัข แมว

นอกจากสุนัข แมวจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และป้องกันตัวจากสิ่งแปลกปลอมด้วยการใช้ดวงตาที่มองเห็นได้ดีกว่าคนเราในยามค่ำคืนแล้ว ยังมีทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็นในการอยู่รอด เช่น การใช้จมูกดมกลิ่น เราจะสังเกตได้ว่าสุนัขและแมวที่สุขภาพดีจมูกมักจะเปียก และตัวของมันก็มักเลียจมูกตัวเองบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์รับกลิ่น ซึ่งมีการวิจัยพบว่าสุนัขมีความละเอียดในการแยกแยะกลิ่นมากกว่าคนเราถึง 1,000 เท่า ส่วนแมวมีความไวของประสาทรับกลิ่นราว 10 เท่าของคน

ส่วนเรื่องการได้ยิน มีการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าแมวมีประสาทสัมผัสด้านเสียงดีกว่าสุนัขและคนเรานับ 10 เท่า และจะมีการควบคุมกล้ามเนื้อที่ใบหูเพื่อเป็นเหมือนจานดาวเทียมรับแรงสั่นสะเทือนและความถี่ต่าง ๆ ที่มากระทบ จึงเป็นทักษะที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเป็นนักล่าตามธรรมชาติและทำให้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้ประจำบ้านนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า ธรรมชาติมีการออกแบบและวิวัฒนาการประสาทสัมผัสด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้กลิ่น การได้ยินทั้งของสุนัข แมว เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด และสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม จนกลายมาเป็นเพื่อนแสนรู้สี่ขาของคนเราตลอดจน ปัจจุบันนี้

8 สิ่งดี ๆ จากการมี สุนัข แมว เป็นเพื่อน

สุนัข แมว เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่ครอบครัว คลุกคลีกับคนเรามาตั้งแต่สมัยโบราณนับพันปีเลยก็ว่าได้ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ได้สังเกตเห็นว่าในรูปสลักจากปิระมิดในอียิปต์ มีรูปแมวอยู่บนนั้นในลักษณะใกล้ชิดกับคน ส่วนสุนัขเองก็อยู่คู่กับหลายราชวงศ์ เช่น อังกฤษและไทยมานานหลายร้อยปี ดังที่มีสุนัข ย่าเหล ของในหลวง ร.6 และ คุณทองแดง ของในหลวง ร.9 ที่แสดงถึงความใกล้ชิดผูกพันกับคน

วันนี้เรามี “8 สิ่งดี ๆ จากการมี สุนัข แมว เป็นเพื่อน” มาฝากกัน เผื่อใครหลายคนจะอยากมีเพื่อนเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยเหล่านี้กันมากขึ้น

1. ทำให้คุณกระฉับกระเฉง

การเลี้ยงสุนัข แมว ทำให้คุณมีความแอคทีฟ active มากขึ้น เพราะเขาจะมาชวนคุณขยับตัวเสมอ ๆ โดยเฉพาะสุนัขที่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์จะร่าเริงมีความสุขกับการได้กระโดดวิ่งเล่นไปกับคุณ

2. ทำให้คุณได้ออกกำลัง

อย่างที่คุณเห็นในหนังฝรั่งที่เจ้าของมักโยนจานร่อนแล้วให้สุนัขไปวิ่งเก็บ อย่าลืมว่า เพียงขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย คุณจึงได้ออกกำลังกายมากขึ้นกับสัตว์เลี้ยงเหล่านี้

3. ช่วยให้หายเครียด

เวลาที่คุณมีปัญหาจากการทำงาน ไม่ว่าจะหงุดหงิดเครียดแค่ไหน แค่กลับมาเจอเจ้าสุนัข แมว ตัวโปรด คุณจะรู้สึกประหลาดใจว่าความเครียดที่มี อาการเซ็งต่าง ๆ หายไปเกือบหมด

4. รู้สึกมีคุณค่า

เพราะอาการทำตัวอ้อล้อ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ทุกวันที่เห็นคุณกลับมาจากทำงาน ทำให้คุณรู้สึกได้ทันทีว่าคุณมีค่ากับพวกเขามากกว่าใคร ๆ

5. ยิ้มง่ายกับเสน่ห์น่ารัก ๆ

สุนัข แมว มีประสาทสัมผัสทางการได้ยินและรับกลิ่นที่ดีกว่าคนหลายพันเท่า ธรรมชาติข้อนี้จึงทำให้สัตว์เลี้ยงสองสายพันธุ์นี้มีเสน่ห์ สังเกตที่ใบหูจะขยับไปมาเป็นเรด้าร์ ฟังเสียงนั่นนี่ จมูกดมฟุดฟิดเกือบตลอดเวลา

6. ช่วยเตือนภัยความผิดปกติ

หากมีสิ่งผิดปกติ สุนัข แมว จะทำให้คุณรู้ก่อนคนอื่น เพราะเขาจะเห่าหรือร้องเรียกก่อนที่ตาคุณจะเห็น เช่น มีคนแปลกหน้า มีงู เป็นต้น

อยากมีเพื่อนเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อย

7. ช่วยทำภาระกิจ

สุนัข มีอุปนิสัยที่ชอบอยู่คลุกคลีกับคน และว่ากันว่ามีความฉลาดเท่ากับเด็ก 7 ขวบ จึงนิยมนำมาฝึก เช่น สุนัขตำรวจช่วยดมกลิ่นหาสิ่งผิดกฎหมาย สุนัขนำทางคนพิการทางสายตา เป็นต้น

8. เป็น Nurse Aid ประจำตัว

สุนัขสามารถฝึกเป็น “บุรุษพยาบาล” เตือนเจ้าของว่า กำลังจะเป็นโรคลมชักกำเริบได้ หรือบอกได้ว่าเจ้านายกำลังเป็นโรคมะเร็งจากกลิ่นและสัมผัสที่ตาคนเราไม่อาจมองเห็นได้

สุนัข แมว ชอบคลุกคลีกับคนมากกว่าสัตว์อื่น ๆ หากคุณได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา จะรู้ได้ถึงเสน่ห์และข้อดีอีกมายมายจากสัตว์เลี้ยงเหล่านี้

รู้หรือไม่ พิพิธภัณฑ์สุนัขและแมวมีอยู่ทั่วโลก

สุนัขและแมวอยู่ร่วมกับมนุษย์มานานหลายศตวรรษ เป็นทั้งเพื่อน เป็นผู้อารักขาป้องกันและเป็นที่รักของผู้เป็นเจ้าของ คนส่วนใหญ่จะอารมณ์ดีเวลาเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเลื่อนดูภาพสุนัขและแมวที่น่ารักในเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของคนรักสัตว์อาจทวีคูณมากกว่าเดิมหากคุณได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สัตว์เลี้ยงที่มีอยู่มากมายทั่วโลก เป็นสถานที่ที่ควรแวะเข้าไปเยี่ยมชมสักครั้ง สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของคนทั่วโลก จึงไม่แปลกใจที่มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักของตน

พิพิธภัณฑ์สัตว์สัตว์เลี้ยง ที่คุณอาจจะไม่รู้จัก

พิพิธภัณฑ์หมาและแมวอย่างน้อย 17 แห่งกระจายอยู่ทั่วโลกตั้งแต่รัฐมิสซูรีทางตอนกลางของสหรัฐอเมริกาไปยังมาเลเซียไปจนถึงเมืองมินสค์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเบลารุส หนึ่งในนั้นคือ “Ernest Hemingway Home And Museum” เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวสัตว์เลี้ยงของนักเขียนผู้เป็นตำนาน “Ernest Hemingway” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักแมวมาก ในขณะที่เขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ยังสามารถเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แมวของเฮมมิงเวย์ได้ที่บ้านเก่าของเขาในเมืองคีย์ เวสต์ รัฐฟลอริด้า ที่นี่เลี้ยงแมวไว้ประมาณ 40-50 ตัวเห็นได้จะ ล้วนเป็นลูกหลานของเจ้าเหมียวตัวโปรดที่นักประพันธ์เลี้ยงไว้สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่

ต่อไปเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์เลี้ยง “Presidential Pet Museum” ความหมายตรงตามชื่อคือสัตว์เลี้ยงของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐนั่นเอง ทุกสิ่งในพิพิธภัณฑ์อุทิศให้กับสัตว์เลี้ยงของผู้นำเกือบทุกคนในประวัติศาสตร์ของอเมริกา ขณะนี้พิพิธภัณฑ์สัตว์เลี้ยงของประธานาธิบดีปิดปรับปรุง แต่คุณสามารถสอดส่องดูสัตว์เลี้ยงของอดีตประธานาธิบดีทุกท่านได้ในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ ส่วนผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันข่าวว่ายังไม่มีสัตว์เลี้ยงในสังกัดในขณะนี้

ใกล้บ้านเราหน่อยก็จะเป็นพิพิธภัณฑ์ Kuching Cat ในเมืองกูชิงซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ในเกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย คำว่า Kuching แปลว่าแมวในภาษามาเลย์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับแมวมากกว่า 2,000 ชิ้นย้อนหลังไปถึง 5,000 ปี แสดงให้เห็นว่าเมืองนี้มีความรักความผูกพันกับแมวมาก คนรักแมวไปเที่ยวแล้วไม่ผิดหวัง อีกแห่งที่คล้ายกันคือพิพิธภัณฑ์ Maneki Neko หรือแมวนำโชค มีอยู่ 2 แห่งในญี่ปุ่นรวมทั้งอีกแห่งในเมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐ พิพิธภัณฑ์ล้นไปด้วยตุ๊กตาและเครื่องรางรูปแมวให้ชื่นชมหรือซื้อนำกลับบ้านไปพร้อมกับคุณเพื่อให้แมวโชคดีอยู่ใกล้กับหัวใจเสมอ

คุยเรื่องพิพิธภัณฑ์สุนัขกันบ้าง “Dog Collar Museum” เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสุนัขล้วนๆ ตั้งอยู่ที่ ปราสาทลีดส์ในเมืองเคนท์ ประเทศอังกฤษ เป็นแหล่งสะสมปลอกคอสุนัขจากศตวรรษที่ 16 ถึง 19 คนมาเที่ยวกันจำนวนมากก็เพื่อดูปลอกคอสุนัขนี่เอง ต่อไปเป็นพิพิธภัณฑ์สุนัขในสหรัฐชื่อว่า “American Kennel Club Museum Of The Dog” ในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ ซึ่งกำลังจะย้ายไปนิวยอร์ก ซิตี้ เร็วๆ นี้ ผู้ที่ชื่นชอบสุนัขจากทั่วโลกจะได้สัมผัสถึงความรักความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างเจ้าของและสุนัขอันเป็นที่รัก นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมให้เจ้าของพาสุนัขไปร่วมงานด้วยในช่วงบ่ายวันสุดสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม เห็นแล้วคุณจะเข้าใจว่าความรักความผูกพันทำให้สุนัขและกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวได้อย่างไร

รู้หรือไม่ พิพิธภัณฑ์สุนัขและแมวมีอยู่ทั่วโลก

ความสุขสร้างได้ แค่เลี้ยงสุนัขกับแมว

หลายคนเลี้ยงสุนัขและแมวไว้ในบ้าน รู้สึกว่าเติบเต็มครอบครัวให้มีความสุขและอบอุ่นมากขึ้น เป็นเรื่องจริงทีเดียว ผลการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงในสหราชอาณาจักรบ่งชี้ว่าการรับสุนัขและแมวเข้ามาเลี้ยงดูแล เป็นปัจจัยบวกทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ จากการศึกษาพบว่าการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงช่วยเพิ่มระดับความสุขและความสำเร็จในชีวิตมากขึ้นอีกระดับ ผู้เชี่ยวชาญที่สำรวจเจ้าของสุนัขและแมว 1,000 คนที่มีอายุเกิน 55 ปีและผู้ใหญ่วัยเดียวกันที่ไม่เลี้ยงสัตว์จำนวน 1,000 คนเท่ากัน พบว่าผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิต กลุ่มคิดบวกมีจำนวนมากเป็นสองเท่าของผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ชนิดใดเลย ผู้วัยเกษียณที่มีสัตว์เลี้ยงต่างก็มีรายได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยงสุนัขและแมว

นอกจากนี้คนรักสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มที่จะแต่งงาน มีบุตร จบปริญญาจากมหาวิทยาลัยและได้งานที่ดีทำตามความฝัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังทำกิจกรรมออกกำลังกายมากเกือบสองเท่าของคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ สุขภาพดีกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเล่นกับสัตว์เลี้ยงเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจ เลือดสูบฉีดแรง พาสุนัขไปเดิน เล่นกับแมว กระตุ้นการออกกำลังกายและทำให้มีความสุขมากขึ้น เป็นผลดีทั้งกับสัตว์เลี้ยงและผู้เป็นเจ้าของ ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าของสุนัขและแมว 9 ใน 10 เชื่อว่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาเป็นเพื่อนที่ส่งเสริมกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ จึงเจียดเวลาเล่นสนุกกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ

งานวิจัยเรื่องการเลี้ยงสุนัข แมวส่งผลดีต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงสนับสนุนให้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปี เริ่มต้นเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนเพราะเห็นประโยชน์ในเชิงบวกได้มาก แม้แต่บ้านพักคนชราชั้นนำในสหราชอาณาจักรยังพิจารณานำสัตว์เลี้ยงเข้ามาช่วยบำบัดความเหงาให้ผู้สูงวัย ยอมรับให้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับการฝึกฝนให้มีมารยาทดีเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน เพื่อให้เจ้าของได้เพลิดเพลินกับสุนัข แมวและใช้ชีวิตในช่วงปีที่เกษียณอายุอย่างมีคุณภาพ บางกรณีมีการนำสุนัขและแมวที่เป็นโครงการอาสาสมัครเข้ามาให้ความบันเทิงกับผู้สูงวัยที่บ้านพักคนชราด้วย

นักวิจัยอธิบายว่าสัตว์เลี้ยงทำให้เจ้าของมีความสุข สนุกและหัวเราะมากขึ้น ผ่อนคลายความเหงาและบรรเทาความเครียดได้ เจ้าของสุนัขและแมวเกือบครึ่งยอมรับว่าสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคุยแก้เหงา ได้พูดคุยปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึก คนชราถึง 16% ในผลการสำรวจนี้ยอมรับว่าถ้าไม่มีสัตว์เลี้ยงไว้คุยด้วยแล้ว พวกเขาก็ไม่รู้จะคุยกับใคร คนชรากว่าครึ่งของการสำรวจนี้ไม่เคยรู้สึกเหงาเพราะมีเพื่อนรักสี่ขาคอยเป็นเพื่อนอยู่แล้ว สุนัขและแมวช่วยกระตุ้นให้ผู้สูงวัยลุกขึ้นออกกำลังกาย หลายคนบอกว่าสัตว์เลี้ยงทำให้พวกเขามีจุดมุ่งหมายในชีวิต มีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกัน ไม่ได้ตื่นมาแล้วรู้สึกว่างเปล่าอีกต่อไป

สุนัข 3 สายพันธุ์ ที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกได้อย่างดีเลิศ

บางครั้งสุนัขที่ดูเหมือนพบเจอคนแปลกหน้าไม่ค่อยได้ เห่าเสียงดังตลอด จริงๆ แล้วพวกเขาอาจจะไม่ได้เห่าเพื่อขู่ แต่พวกเขากำลังเห่าเพื่อที่จะทักทายอย่างเป็นมิตรอยู่ก็ได้ สำหรับบ้านไหนที่ต้องพบปะผู้คน มีผู้คนมาที่บ้านบ่อย คุณอาจจะต้องเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ที่เข้ากับคนได้อย่างง่ายๆ ถึงจะดีที่สุด ซึ่งวันนี้เรามีสุนัข 3 สายพันธุ์ ที่สามารถต้อนรับแขกได้อย่างดีเลิศ

สุนัขสายพันธุ์ เฟรนช์ บลูด๊อก

หมาสายพันธุ์นี้ มักจะมีลักษณะกล้าหาญ ชาญฉลาด และก็มีนิสัยร่าเริงเป็นหลัก ส่งผลทำให้คนไทยส่วนใหญ่ เกิดความสนใจที่จะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพวกมันจะมีขนาดตัวที่เล็ก รูปร่างจะออกกลมๆ ป้อมๆ แถมขายังสั้นอีกต่างหาก ส่งผลทำให้เวลาที่พวกมันเดินนั้น จะดูน่ารักๆ เพราะสะโพกของพวกมันจะส่ายไปส่ายมา แถมจมูกที่ดูสั้น มีลักษณะย่นๆ ปากออกกว้าง ใบหน้าของพวกมันจึงเหมือนกับยิ้มให้กับเราตลอด ที่สำคัญ พวกมันเป็นสุนัขที่เข้ากับคนได้ง่าย เห่าน้อย ทำให้สามารถรับแขกได้อย่างดีเลิศเลยทีเดียว

สุนัขสายพันธุ์ โคตอน เด ทิวเลียร์

โคตอน เด ทิวเลียร์ เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก ขนยาวและนุ่มฟู มาในมาดของสุนัขที่มีนิสัยร่าเริง ฉลาดและว่องไว แถมยังถูกจัดให้เป็นสุนัขสุดแสนจะอารมณ์ดี สามารถปรับตัวได้ง่าย ทำให้เข้ากับคนได้ง่ายมาก ส่วนใหญ่พวกมันจะสามารถสร้างรอยยิ้มได้เก่ง แถมพวกมันยังคงมีพื้นที่ของตัวเองเป็นหลักอีกด้วย

สุนัขสายพันธุ์ เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก

สุนัขสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะฉลาดเป็นอย่างมาก แถมร่างกายของพวกมันก็ยังคงแข็งแรง ถึงแม้จะมีลักษณะใหญ่โต มีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูง และยังคงกล้าหาญ แต่ด้วยความที่นิสัยเป็นมิตรและมีความอ่อนโยน ทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้สามารถต้อนรับแขกได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะพวกเขาจะไม่ก้าวร้าว และไม่ขี้อาย ทำตัวสง่าผ่าเผยเป็นหลักอีกด้วย

และนอกจากสุนัขทั้ง 3 สายพันธุ์นี้ ที่สามารถต้อนรับแขกให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังคงมีสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ ที่มีนิสัยเป็นมิตร มีความอ่อนโยน สง่างาม และรักความสงบ ซึ่งเข้ากับผู้คนได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน หากบ้านไหนหรือใครที่ต้องต้อนรับแขกเยอะๆ ก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ด้วยนะคะ เพราะคุณจะต้องเลี้ยงสุนัขที่เป็นมิตรกับคน ถึงจะดีที่สุด