วิธีดูแลรักษาสุนัขและแมวป่วย แบบเบื้องต้น

หากคุณรู้สึกว่าสุนัขหรือแมวตัวโปรดของคุณ กำลังมีอาหารเซื่องซึม ดูผิดปกติ แลดูเหมือนพวกเขากำลังจะป่วย ขอให้คุณพยายามสังเกตอาการเด่น ๆ ของพวกเขา เพื่อที่คุณจะได้รู้ก่อนว่า พวกเขากำลังผิดปกติไปอย่างไรบ้าง หากจำเป็นจะต้องพบแพทย์จริง ๆ คุณก็ควรพาพวกเขาไปพบแพทย์โดยด่วน โดยบอกอาการผิดปกติของพวกเขาอย่างละเอียด เพื่อที่แพทย์จะทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วในเบื้องต้น แต่ถ้าหากสุนัขและแมวตัวโปรดของคุณมีอาการไม่มากเท่าไหร่นัก อย่างเช่น มีอาการซึมเนื่องจากพวกเขาอาจจะเป็นไข้ หรือมีอาการอาเจียน ก็ขอให้ลองสังเกตอาการของพวกเขาดูก่อนสักระยะ โดยในระหว่างนี้คุณสามารถดูแลและรักษาอาการป่วยแบบเบื้องต้นให้กับพวกเขาได้ ดังนี้

หากมีอาการเซื่องซึมเนื่องจากเป็นไข้ ถ่ายเหลว และอาเจียน

หากคุณพบเจอว่าสุนัขและแมวของคุณมีอาการเซื่องซึมเหมือนเป็นไข้ รวมไปถึงพวกเขามีอาการถ่ายเหลว และอาเจียนออกมา การรักษาอาการเบื้องต้นด้วยสมุนไพร คุณสามารถทำได้ด้วยการให้พวกเขากินใบตะไคร้อ่อน แต่ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมกินแบบสด ๆ ก็ควรที่จะต้มและนำน้ำตะไคร้มาป้อนให้กับพวกเขา โดยป้อนทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง ไม่นานอาการของพวกเขาก็จะดีขึ้น หากไม่ดีขึ้นควรรีบนำพาไปพบแพทย์

กรณีที่สุนัขมีอาการท้องเสียเป็นอย่างมาก

สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้เรางดอาหารและน้ำให้กับสุนัขและแมวทันที อย่างน้อยต้องงดเป็นระยะเวลา 1 วัน เพื่อดูอาการ ต่อให้พวกเขาจะมีความกระหายสักแค่ไหน คุณจะต้องพยายามใจแข็งและรอดูอาการของเขาต่อไป หากว่าเขาหยุดถ่ายเมื่อไหร่ อาการของพวกเขาก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากพบว่าสุนัขและแมวทั้งถ่ายและก็อาเจียนไปพร้อม ๆ กัน ควรนำพาไปพบแพทย์โดยด่วน

กรณีที่สุนัขและแมวมีบาดแผลตามร่างกาย

สุนัขและแมวที่มีบาดแผลตามร่างกาย คุณสามารถดูแลรักษาเขาได้ในเบื้องต้น ด้วยการทายาเบตาดีนให้กับเขา ซึ่งจะช่วยป้องกันและไม่ทำให้แผลของเขาลุกลามไปจากเดิม แต่ถ้าหากบาดแผลมีขนาดใหญ่มาก หรือเป็นหนอง ให้ใช้ยาผงเนกาซันโรยที่แผล ซึ่งแผลจะค่อย ๆ แห้งและหายในที่สุด

ทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการดูแลและรักษาอาการป่วยเบื้องต้นของสุนัขและแมว ซึ่งคุณสามารถทำได้ตามรายละเอียดในข้างต้น แต่ถ้าหากทดลองทำแล้วไม่ดีขึ้น ก็ควรพาสุนัขและแมวตัวโปรดของคุณไปพบแพทย์ เพื่อที่แพทย์จะได้วินิจฉัยอาการและรักษาได้อย่างทันท่วงที

รู้หรือยัง? วิธีเลี้ยงและการดูแลสุนัขที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบไปกับการเลี้ยงแมว เลี้ยงสุนัข และอยากจะให้พวกเขามีสุขภาพที่ดี คุณจำเป็นจะต้องใส่ใจในทุก ๆ เรื่องของเขา โดยเฉพาะโภชนาการที่ร่างกายของพวกเขาต้องได้รับ และการพาพวกเขาไปพบสัตวแพทย์อย่างเป็นประจำ การออกกำลังกายที่ดีสำหรับพวกเขา และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณจะต้องใส่ใจ ซึ่งวันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

1.การเตรียมที่อยู่อาศัย

  • สำหรับสุนัขที่อยู่บริเวณนอกบ้าน คุณจะต้องมีที่บังแสงแดดให้กับพวกเขา และที่บังแสงแดดที่ว่านี้ จะต้องสามารถกันฝน และ ลมหนาวให้กับพวกเขาได้ด้วย
  • สุนัขส่วนใหญ่ มักจะต้องการที่นอนอันแสนอบอุ่นและมีความเย็นสบายภายในตัว
  • หากคุณจะผูกสุนัข คุณควรใช้เชือกหรือโซ่ที่ค่อนข้างยาว และควรระมัดระวังไม่ให้โซ่หรือเชือกพันรอบตัวของพวกเขาด้วย

2.การจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่ม

สุนัขส่วนใหญ่มักจะต้องการสารอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างแท้จริง พร้อมทั้ง น้ำ คุณจะต้องจัดเตรียมเอาไว้ให้เขาได้ดื่มกินอยู่เสมอ ซึ่งทั้งอาหารและน้ำจะต้องใส่ภายในภาชนะที่สะอาดเท่านั้น และสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงห้ามให้สุนัขอย่างเด็ดขาด นั่นก็คือ เศษอาหารที่เป็นกระดูกแหลมคม เพราะจะส่งผลทำให้มีสิทธิ์ทิ่มแทงคอของพวกเขา ตลอดจนกระทั่งอาจจะเข้าไปสร้างปัญหาในระบบลำไส้ของพวกเขาได้ในที่สุด

3.การออกกำลังกายของสุนัข

  • การออกกำลังกายของสุนัข ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะจะส่งผลทำให้พวกเขามีร่างกายและสุขภาพที่แข็งแรงและดูดีได้ตลอดเวลา
  • ไม่ควรผูกสุนัขเอาไว้ตลอดเวลา โดยที่คุณไม่ปล่อยให้เขาได้ออกกำลังกายเลย
  • การพาสุนัขออกไปเดินเล่นในแต่ละวัน หรือ เลือกที่จะเล่นสนุกหรือทำกิจกรรมกับสุนัข นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อพวกเขา และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับสุนัขได้เป็นอย่างมาก

4.อนามัยของสุนัข

ในส่วนของเรื่องอนามัย นับได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก คุณควรดูแลและใส่ใจพวกเขาอยู่เสมอ ตรวจดูว่าพวกเขามีโรคไร ริ้น และมีหมัดหรือไม่ หากพบว่ามีควรปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อที่จะรักษาพวกเขาได้อย่างถูกต้อง อีกอย่างในส่วนของพื้นที่การเลี้ยงดู คุณจะต้องดูแลให้มีความสะอาดอยู่เสมอด้วย

นอกจากนี้ คุณควรพาสุนัขไปฉีดวัคซีนต่าง ๆ ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันโรคชนิดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเขา รวมไปถึงเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโรค ที่อาจจะเกิดขึ้นกับสุนัขแต่ละตัวได้โดยตรง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ที่กลุ่มคนเลี้ยงสุนัขจะต้องใส่ใจและปฏิบัติอย่างเป็นประจำ เพื่อให้พวกเขาแข็งแรงและมีสุขภาพดี

สุนัข 3 สายพันธุ์ ที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกได้อย่างดีเลิศ

บางครั้งสุนัขที่ดูเหมือนพบเจอคนแปลกหน้าไม่ค่อยได้ เห่าเสียงดังตลอด จริงๆ แล้วพวกเขาอาจจะไม่ได้เห่าเพื่อขู่ แต่พวกเขากำลังเห่าเพื่อที่จะทักทายอย่างเป็นมิตรอยู่ก็ได้ สำหรับบ้านไหนที่ต้องพบปะผู้คน มีผู้คนมาที่บ้านบ่อย คุณอาจจะต้องเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ที่เข้ากับคนได้อย่างง่ายๆ ถึงจะดีที่สุด ซึ่งวันนี้เรามีสุนัข 3 สายพันธุ์ ที่สามารถต้อนรับแขกได้อย่างดีเลิศ

สุนัขสายพันธุ์ เฟรนช์ บลูด๊อก

หมาสายพันธุ์นี้ มักจะมีลักษณะกล้าหาญ ชาญฉลาด และก็มีนิสัยร่าเริงเป็นหลัก ส่งผลทำให้คนไทยส่วนใหญ่ เกิดความสนใจที่จะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพวกมันจะมีขนาดตัวที่เล็ก รูปร่างจะออกกลมๆ ป้อมๆ แถมขายังสั้นอีกต่างหาก ส่งผลทำให้เวลาที่พวกมันเดินนั้น จะดูน่ารักๆ เพราะสะโพกของพวกมันจะส่ายไปส่ายมา แถมจมูกที่ดูสั้น มีลักษณะย่นๆ ปากออกกว้าง ใบหน้าของพวกมันจึงเหมือนกับยิ้มให้กับเราตลอด ที่สำคัญ พวกมันเป็นสุนัขที่เข้ากับคนได้ง่าย เห่าน้อย ทำให้สามารถรับแขกได้อย่างดีเลิศเลยทีเดียว

สุนัขสายพันธุ์ โคตอน เด ทิวเลียร์

โคตอน เด ทิวเลียร์ เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก ขนยาวและนุ่มฟู มาในมาดของสุนัขที่มีนิสัยร่าเริง ฉลาดและว่องไว แถมยังถูกจัดให้เป็นสุนัขสุดแสนจะอารมณ์ดี สามารถปรับตัวได้ง่าย ทำให้เข้ากับคนได้ง่ายมาก ส่วนใหญ่พวกมันจะสามารถสร้างรอยยิ้มได้เก่ง แถมพวกมันยังคงมีพื้นที่ของตัวเองเป็นหลักอีกด้วย

สุนัขสายพันธุ์ เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก

สุนัขสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะฉลาดเป็นอย่างมาก แถมร่างกายของพวกมันก็ยังคงแข็งแรง ถึงแม้จะมีลักษณะใหญ่โต มีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูง และยังคงกล้าหาญ แต่ด้วยความที่นิสัยเป็นมิตรและมีความอ่อนโยน ทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้สามารถต้อนรับแขกได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะพวกเขาจะไม่ก้าวร้าว และไม่ขี้อาย ทำตัวสง่าผ่าเผยเป็นหลักอีกด้วย

และนอกจากสุนัขทั้ง 3 สายพันธุ์นี้ ที่สามารถต้อนรับแขกให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังคงมีสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ ที่มีนิสัยเป็นมิตร มีความอ่อนโยน สง่างาม และรักความสงบ ซึ่งเข้ากับผู้คนได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน หากบ้านไหนหรือใครที่ต้องต้อนรับแขกเยอะๆ ก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ด้วยนะคะ เพราะคุณจะต้องเลี้ยงสุนัขที่เป็นมิตรกับคน ถึงจะดีที่สุด

หมาหรือแมวจรจัด ไม่ได้สกปรกเสมอ

นิสัยคนส่วนมากนั้นจะชอบในสิ่งที่สะอาดสะอ้าน รังเกียจสิ่งสกปรก บุคคลที่มีกลิ่นตัวเน่าเหม็นหื่งหรือมีกลิ่นตัวแรง ก็มักจะต้องทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างทำตัวทิ้งระยะห่างเอาไว้อยู่บ่อยครั้ง หมาแมวหรือสัตว์อื่นๆก็เช่นเดียวกัน หากว่าเป็นแมวจรจัดหรือหมาจรจัดที่ไม่มีเจ้าของ มันก็จะดูสกปรกมอมแมมอยู่บ้าง ไหนจะต้องคอยยืนตากฝนนอนกลางพื้น กินกลางดินกลางทรายและไม่มีใครมาช่วยทำความสะอาดเนื้อตัว ความจริงนั้นมันไม่ได้ถึงขั้นเลวร้ายจนไม่สามารถทำให้คนที่รักในสัตว์ต้องทำตัวออกห่าง เราสามารถให้อาหาร ให้ความรักเอ็นดูในสัตว์เลี้ยงจรจัดเหล่านั้นได้

บางตัวอาจจะเคยดูดีมาก่อน เคยอยู่ในคอนโดหรือบ้านหรู มีเจ้านายคอยให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่เมื่อวันหนึ่งถูกเจ้านายทอดทิ้ง มันจึงต้องกลายเป็นแมวทีไร้บ้าน สุนัขที่ไร้เจ้าของ เดินเวียนวนอยู่ตามท้องถนน เราจะพบเรื่องแบบนี้กันอยู่ทุกวัน บางคนอยากให้อาหารแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ บางคนอยากให้อาหารแต่กลัวติดเชื้อ น้อยคนนักที่จะกล้าให้อาหารโดยที่ให้ความรักและเอ็นดูมันอย่างใส่ใจ หากเราไปหนึ่งคนที่รักในสัตว์เห็นแล้วรู้สึกเวทนา สงสาร อยากให้มันมีกิน และถ้ามีเจ้าของด้วยก็จะยิ่งดีเป็นอย่างยิ่ง

หมาโดนทิ้ง

ดูกำลังของตัวเรา และเริ่มต้นช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้น

ถ้ามันไม่เกินกำลังของเราเกินไป และสถานที่เราอำนวยความสะดวก สัตว์เลี้ยงจรจัดเราสามารถนำมันไปอาบน้ำทำความสะอาดเนื้อตัวและนำมาเลี้ยงได้ ไม่ต่างจากหมาแมวที่เราได้เคยเลี้ยงมันตั้งแต่สมัยเด็ก ช่วงแรกมันอาจจะมีเรื่องกลาก เชื้อราตามผิวหนัง ซึ่งเป็นตามประสาของสัตว์เลี้ยงจรจัดที่ขาดการดูแล หามันได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลาผ่านไป เซลล์ผลัดผิว มันก็จะกลับมาดูดีอีกครั้งได้เช่นกัน แต่ที่สำคัญกว่าคือเราควรจะมีความรักและความเอ็นดู แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่แก่แล้ว หากว่าเราเลือกที่จะเลี้ยงก็จงดูแลมันให้ดี

แต่หากไม่สะดวกด้วยปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว สถานที่ไม่อำนวย ไม่มีเวลาให้ ไม่มีคนดูแล เราก็สามารถคอยให้อาหารมันได้อยู่เสมอไม่ว่ามันจะอยู่ระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกงานของเรา หรือจะอยู่ในโซนที่ไม่ค่อยมีคนให้อาหาร ไม่ค่อยมีคนพบเห็น การช่วยสัตว์เหล่านี้เป็นบุญอันใหญ่หลวง เราให้มันมีอยู่มีกิน ถึงแม้มันอาจจะตอบแทนเราในชาตินี้ไม่ได้ แต่ชาติถัดไป คนที่เชื่อว่าเวรกรรมมีจริงก็ย่อมรู้ว่าเราอาจจะได้เจอกับเจ้าสัตว์เหล่านั้นอีกครั้ง อาจจะเป็นในสถานะที่มันเป็นคนคอยช่วยเหลือเราก็ได้

อย่าปล่อยให้สัตว์เลี้ยงโดดเดี่ยวบ่อยนัก

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนที่รักสัตว์เลี้ยงมากแค่ไหน ซื้อหมาซื้อแมวมาเลี้ยงดูอุ้มชูกันเป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงภารกิจที่มาอย่างเร่งด่วนและจำเป็นที่จะต้องทิ้งเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเราไว้ที่บ้าน ไม่สามารถนำไปด้วยได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นกันเป็นประจำอยู่บ่อยครั้งในหลายหลายคน เช่น เราติดประชุมงานแล้วจะเอาสุนัขของเรามาไปนั่งประชุมด้วย เจ้านายคงไล่ออกอย่างแน่นอน

ดังนั้นก่อนที่เราคิดจะเลี้ยงสัตว์ เราจะต้องดูก่อนว่าอาชีพการงานของเรา ทั้งในวันนี้และในอนาคต ลองพยายามมองโดยรวมว่าเราจำเป็นที่จะต้องห่างไกลกับเจ้าหมาตัวน้อยมากแค่ไหนและบ่อยครั้งหรือเปล่า เรามีนิสัยหมกหมุ่นในเกมส์ การพนัน ติดหนัง ไม่สนใจผู้อื่นและสิ่งรอบข้างหรือไม่ หรือถ้าเราทำงานประจำ ตื่นเช้ามาเราก็ออกไปทำงาน ในบ้านไม่มีใครอยู่ ทิ้งไว้แต่หมาตัวน้อย กว่าจะกลับบ้านก็สองสามทุ่ม กลับมาแล้วก็ง่วงนอนเพราะเหนื่อยจากการทำงาน กลายเป็นว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงของเรานั้นไม่ได้มีความสุขในการใช้ชีวิตร่วมกับเราเลย มันเหมือนเป็นหมาผู้โดดเดี่ยวโดนเจ้านายทิ้งถึงแม้ว่าจะอยู่ในบ้านเดียวกันก็ตาม

คิดให้ดีก่อนเลือกเลี้ยงสัตว์

ใจเขาใจเรา… ก่อนเลี้ยงต้องตัดสินใจให้ดี บางคนเมื่องานเยอะขึ้นเรื่อยๆก็ใช้วิธีตัดปัญหาโดยการจับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไปปล่อยวัดเพื่อตัดปัญหา แล้วเวลาอยากเลี้ยงสัตว์มาใหม่ก็ไปซื้อมาใหม่วนเวียนแบบนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานให้เจ้าสัตว์เลี้ยงแล้ว มันยังเป็นการสร้างบ่วงกรรมให้กับตัวเราเองอีกด้วย เลือกที่จะดูแลเขาแต่สุดท้ายก็เอาไปทิ้ง ไม่รู้ว่าต้องเผชิญอะไรกับโลกภายนอกบ้าง อาจจะโดนคนวางยาหรืออาจจะโดนคนจับไปทำเป็นอาหาร

ไตร่ตรองให้ดีก่อน เมื่อเรามั่นใจว่าเรามีเวลาเลี้ยงได้จึงค่อยตัดสินใจซื้อมันมาเลี้ยง และควรจะให้ความรักความเอ็นดูกับมัน ถึงแม้บางครั้งจะมีการติดธุระบ้าง กลับมาก็ให้รางวัลสักหน่อย เจ้าตัวน้อยก็คงจะไม่ได้โกรธเคืองเรามากมายนัก “รักสัตว์เลี้ยง… ต้องใส่ใจในทุกความรู้สึกของตัวมันด้วย”

ใครเป็นทาสแมวต้องอ่านสักหน่อย

สำหรับคนรักแมวหรือชอบเรียกกันว่าทาสแมวนั้นหลายๆคนอาจไม่เคยรู้เรื่องราวเหล่านี้มากนักเพราะบางคนเลี้ยงแมวแบบธรรมชาติไม่ได้เคร่งครัดเหมือนคนรักแมวที่เลี้ยงประคบประงม เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมองว่าแมวเป็นสัตว์ที่รักอิสระ มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ก็มีบางตัวที่ติดคนเลี้ยงมากและอ้อนกว่าแมวทั่วไป ดังนั้นคนเลี้ยงแมวที่มีแมวอ้อนๆมักจะตามใจในหลายๆเรื่องและมันส่งผลไม่ดีกับแมวโดยที่เราไม่รู้เช่น ให้แมวทานขนมของคน

มีหลายบ้านที่ตามใจแมวเพราะเห็นว่ามันชอบมาอ้อนเวลาทานขนมโดยเฉพาะพวกขนมที่มีรสเค็มๆมัน อย่างเช่น มันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวเกรียบกุ้ง หรือขนมหวานๆ บอกเลยว่าห้ามให้แมวทานเด็ดขาดและหากมันติดขนมพวกนี้จะไม่ดีกับแมวมากเพราะมันจะมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคไต และแมวที่เป็นโรคไตนั้นค่ารักษาแพงมากและทรมานมาก ดังนั้นอย่าเห็นแก่ความน่ารักของมันแล้วให้มันทานจนติด ควรหาขนมสำหรับแมวให้ทานแต่ก็นานครั้งจะดีกว่าเพราะขนมเฉพาะแมวก็เสี่ยงกับการทำให้เป็นโรคไตได้เหมือนกัน เหมือนกับอาหารแมวที่ทำให้แมวเป็นโรคไตได้ แต่ก็ไม่ต้องกังวลเกินเหตุเพราะหากให้มันในปริมาณที่พอดี และเหมาะกับวัย ก็สามารถลดความเสี่ยงได้

ทาสแมว

อาหารของเหมียว เราต้องรู้จักเลือกนะ

อาหารเม็ดบางยี่ห้อราคาถูกเกินไปก็ไม่น่าให้แมวกิน หลายๆคนมองว่าอาหารเม็ดราคาแพงในบางยี่ห้อก็เลือกแต่ราคาเบาๆให้ทานกันเป็นประจำแน่นอนว่าอาจไม่ได้คุณภาพดีเท่าไหร่นัก และแมวทานประจำก็เสี่ยงกับโรคต่างๆ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้เช่นให้ทานปลาต้มบ้าง สลับกับอาหารเม็ด หรือซื้อไก่มาต้มให้แมวทาน แต่ต้มเปล่าๆเลยนะไม่ต้องปรุงอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องคลุกข้าวเพราะจริงๆแล้วแมวไม่ต้องการแป้งแต่ต้องการโปรตีนมากกว่าเราก็สามารถปรับเปลี่ยนสลับเป็นเดือนๆ หรือเป็นสัปดาห์ได้ และบอกเลยว่าทำง่ายๆสะดวกๆ ซื้อหมูบด ไก่บด มาแช่ต้มแล้วแช่แข็งไว้ก็ได้พอถึงมื้ออาหารเราก็มาอุ่นให้ทาน หรือจะใส่ผักลงไปก็ได้นะพวกฟักทอง แครอท ต้มให้เละๆ จนผสมกับเนื้อหมู เนื้อไก่ แมวทานได้ หรือจะเป็นไข่ต้มบดให้เละๆ แล้วเติมนม แมวก็ทานได้

บอกเลยว่าที่กล่าวมาเราลองทำแล้วแมวที่บ้านก็ทานได้ และดีกับสุขภาพด้วยเพราะได้ทานอาหารปรุงสดๆ มีประโยชน์ แต่หากแมวบ้านใครไม่เคยทานให้ค่อยๆหัดค่อยปรับจะได้เกิดความเคยชิน หรือพวกปลาต่างๆ นำมาต้มฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ เอาก้างออกสักหน่อยก็ดี แมวก็ทานได้ ไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารแมวที่แพงเกินไปเพราะบางคนก็ซื้อไม่ไหว และไม่ต้องดูแลจนเราเหมือนแบกภาระ ดูแลให้เขากินอิ่ม นอนหลับ ให้ความรัก และตรวจสุขภาพประจำปี แค่นี้แมวสุดที่รักก็จะอยู่กับคุณได้นานๆ แน่นอน

อย่าแกล้งแมวมากจนเป็นโรคกลัวคน

ผู้เขียนเองเข้าใจอยู่ว่าคนที่รักสุนัข รักแมว ชอบสัตว์เลี้ยง เวลาเราเห็นสัตว์ที่เราชื่นชอบก็อยากจะเข้าไปกอดหอมมันเป็นธรรมดา ต่อให้ตัวมันจะสกปรกแค่ไหน ขอให้ได้ลูบหัวสักหน่อยก็ยังดี เราต้องเข้าใจว่าสุนัขและแมวนั้นเป็นสัตว์ขนาดเล็กเมื่อเทียบกับร่างกายของมนุษย์เรา บ่อยครั้งหากว่าเราไม่ได้ดูแลเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เวลาเราไปเจอแมวตามร้านอาหารมันก็จะมีความหวาดระแวงในตัวเราส่วนหนึ่ง อาจเป็นเพราะเจ้าแมวเหมียวตัวนั้นถูกเลี้ยงมาโดยการเฆี่ยนตีจากเจ้าของทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง หรืออาจจะสนิทกับเจ้าของแต่เป็นโรคกลัวคนเนื่องจากว่าเคยมีคนมาแกล้งมันแรงๆทำให้มันให้ตกใจจนในที่สุดมันก็ไม่กล้าเข้าหาผู้คนอื่นๆ

โรคกลัวคนในสัตว์ มันก็มีประโยชน์นะ

จริงๆแล้วมันมีข้อดีข้อเสีย นั่นก็คือหากว่าแมวที่เป็นโรคกลัวคนนั้นต้องมาเจอกับพวกคนป่าเถื่อนชอบวางยาเบื่อ แมวตัวนั้นก็อาจจะปลอดภัยเพราะจะไม่กินเหรอเข้าหาบุคคลเหล่านั้นเลย แต่ในทางกลับกัน คนที่ปรารถนาดีอยากจะให้อาหาร อยากจะเล่นกับเจ้าเหมียวนั้นก็จะอดเค้าหามันไปด้วย และมันก็จะไม่กินอาหารที่เราให้อีกด้วย หมาแมวที่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวคนมันคงไม่มีความสุขหรอก อย่าได้ไปแกล้งจนมันกลัวเลย

หากว่าเราได้เห็นแมวที่อยู่ตามร้านอาหารหรือตามข้างทางต่างๆ เราก็ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมว่าแมวตัวนั้นเป็นโรคกลัวคนหรือไม่ ถ้าเรารู้จักหมั่นสังเกตเราจะรู้ทันทีว่าหากเป็นแมวจรจัดมันจะมีความหิวกระหาย มันไม่กลัวคนและจะเดินเข้ามาหาท่านที ส่วนมากแมวจะเข้ามาถูขาเราไปเรื่อยเรื่อยจนกว่าจะได้อาหาร แบบนี้เค้าไม่ได้เรียกว่าแมวกลัวคน

แต่ถ้าเราเห็นและพบมันรีบวิ่งเข้ามุมอับ รีบหาที่ซ่อนตัว แสดงว่าเจ้าแมวตัวนั้นแหล่ะกำลังมีปัญหาในเรื่องของอาการตื่นคน ถ้าเราต้องการให้อาหารก็ต้องหมั่นฝึกวิธีการเข้าหาหรืออาจจะวางอาหารให้มันกินอยู่บ่อยครั้ง แรกๆมันอาจจะไม่รับประทานเพราะมันยังกลัวอยู่ แต่เวลาผ่านไปถ้ามันเห็นเรามาให้อยู่ทุกวันหรือบ่อยครั้ง ส่วนมากจะเริ่มกินมากขึ้น เมื่อมันกินติดใจในรสชาติ และเราไม่ได้วางยาเบื่อมัน สักวันมันก็จะให้เราลูบเล่นได้ประดั่งเหมือนเราเลี้ยงมันมา เรื่องนี้เกิดขึ้นจากความผูกพันของคนกับสัตว์ หากเรารักแมวรักหมาจริงมันจะสัมผัสได้แน่

เจ้าตูบและเหมียวตัวน้อย ที่คอยให้รู้สึกหลงรัก

ใครก็ตามที่มีอาการเวลามองเห็นสัตว์เลี้ยงสุนัขหรือว่าเจ้าแมวเหมียว แล้วเกิดอาการหลงรักอยากจะเข้าไปลูบหัว จับตัว ดึงขนมันเล่น หรืออุ้มมันขึ้นมาโอบกอด นั่นแปลว่าคุณกำลังเข้าข่ายเป็นทาสหมาทาสแมวเรียบร้อยแล้ว ทำยังไงได้ล่ะก็ในเมื่อมันน่ารักซะขนาดนี้ ทั้งขี้เล่นแสนรู้ แถมแสบในบางเวลาอีกต่างหาก ทำให้บ้านเรานิยมเลี้ยงสุนัขและเลี้ยงแมวกันมากหรือเป็นอันดับต้นๆของความนิยมในการเลี้ยงสัตว์เลยก็ว่าได้

ส่วนมากร้อยละ 95 สุนัขที่คนเลี้ยงจะไม่ค่อยมีพิษภัยอะไร แต่ก็ยังมีอยู่บ้างที่บ่อยครั้งจะเห็นข่าวน้าเหน่งว่าสุนัขได้ทำร้ายเด็ก หรือทำร้ายคนที่เดินสัญจรไปมา มันขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณของมันส่วนนึง แล้วก็การเลี้ยงดูจากเจ้าของด้วยอีกส่วนหนึ่ง หากเราคิดจะดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าตูบ เราก็ควรจะฝึกมันให้เชื่อง ไม่ให้มันเอาไปทำร้ายคนอื่นรอบข้างเพราะมันคือการสร้างความเดือดร้อนให้กับเขาเหล่านั้น ส่วนเจ้าแมวตัวน้อยนี้อาจจะออกฤทธิ์เดชกับผู้คนได้ลำบาหน่อย ด้วยกำลังและขนาดตัวมันต่างกับหมาคนละฟ้ากับเหวเลย ไม่ค่อยมีแมวพันธุ์ไหนที่ตัวใหญ่เท่าหมาบางแก้วหรือหมาล็อตไวเลอร์ นอกจากเป็นแมวป่า แมวสงวน

ศึกษานิสัยของสัตว์เลี้ยงคู่ใจ

สำหรับคนที่ชอบในการเลี้ยงสุนัขหรือเลี้ยงแมว มาคอยแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับนิสัย เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่เราชื่นชอบ เพื่อหาคำตอบว่ากิริยาแบบนี้ มันทำแล้วต้องการอะไรจากเรา ไม่ว่าจะเป็นการยืนสองขา การเอาหัวมันมาชนอยู่บ่อยครั้ง หรือการนอนหงายยกขาขึ้น และอีกหลายท่า บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่ามันต้องการสื่ออะไร ยิ่งถ้าเป็นคนที่เลี้ยงระบบปิดแล้วไม่อยากรับศึกหนักเรื่องของเสียจากสัตว์เลี้ยงตัวโปรด จำเป็นจะต้องรู้จักการเรียนรู้พฤติกรรมของเจ้าสัตว์เลี้ยงเวลาที่มันรู้สึกปวดท้อง ต้องการจะถ่ายของเสียออกจากร่างกาย หากเราไม่รู้ รับรองได้ว่าในบ้านของเราคงจะเหม็นกลิ่นอึหมาแมวกันเต็มที่และบ่อยครั้งอย่างแน่นอน เพราะมันถูกเลี้ยงระบบปิดทำให้ออกมาขับถ่ายภายนอกไม่ได้

คิดจะเลี้ยงหมา เลี้ยงแมว ต้องใส่ใจในสิ่งที่มันแสดงออกด้วยนะ…

แมวแสนรู้