เคล็ดลับการผูกสัมพันธ์ ระหว่าน้องหมาและน้องแมว

1. แนะนำให้รู้จักกัน

ไม่ว่าจะนำสุนัขหรือแมวตัวใหม่มาเลี้ยง และอาศัยอยู่ร่วมกับสุนัขหรือแมวที่เลี้ยงอยู่ก่อนแล้ว คุณควรเช็คบ้านให้ดีก่อน ว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับสมาชิกใหม่ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีพื้นที่ส่วนตัว แรก ๆ คุณต้องจับเค้าแยกกันก่อน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้ปรับตัว

2. ใจเย็น ๆ ปล่อยให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ห้ามปล่อยให้สุนัขวิ่งไล่แมวเด็ดขาด เพราะในช่วงแรก ๆ ควรปล่อยให้แมวได้ปรับตัวประมาณ 3-4 วัน เพื่อให้คุ้นเคยกับกลิ่นก่อน แล้วค่อยทำความคุ้นเคยกับสัตว์ชนิดอื่น

3. สลับห้องสัตว์เลี้ยง

เป็นการทำให้ทั้งคู่ได้กลิ่นกันจากที่อยู่ โดยที่ไม่ต้องมองเห็นกัน กลิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับสัตว์ เพราะสัตว์จะสร้างความคุ้นเคยจากกลิ่น ดังนั้นจึงปล่อยให้สุนัขและแมวอยู่กับกลิ่นเพื่อสร้างความคุ้นเคยกัน

4. รอเวลาที่สุนัขและแมวจะรู้สึกผ่อนคลายกับกลิ่น

หากแมวตกใจกลัวสุนัข ต้องให้เวลากับแมวสักพัก และเมื่อแมวปรับตัวกับกลิ่นได้ ก็นำทั้งคู่มาทำความรู้จักกัน

5. ทำให้สุนัขและแมวมีปฎิสัมพันธ์กันเรื่อย ๆ

เมื่อแมวไม่มีท่าทีว่ากลัวสุนัข หรืออึดอัด ให้นำสุนัขไปผูกเชือกไว้ และปล่อยให้แมวเดินไปมา เมื่อเวลาผ่านไปสุนัขจะเริ่มรับรู้ว่าห้ามวิ่งไล่แมว คุณก็สามารถปล่อยสุนัขได้

เคล็ดลับการผูกสัมพันธ์ ระหว่าน้องหมาและน้องแมว

สิ่งที่ต้องคิดก่อนการมีสัตว์เลี้ยง

การมีสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสิ่งผ่อนคลายความเครียดและบรรเทาความเหงาของคนยุคใหม่นี้ แต่ก่อนที่จะมีสัตว์เลี้ยงคุณควรพิจารณาความพร้อมในสิ่งใดบ้าง จึงจะทำให้ไม่มีปัญหาในอนาคตตามมา

มีพื้นที่และคนดูแลอย่างใกล้ชิด

รู้จักอุปนิสัยของสัตว์เลี้ยง

คุณต้องศึกษาผ่านเว็บไซต์ หรือหนังสือเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงว่าแต่ละสายพันธุ์มีนิสัยอย่างไร แม้ว่าจะเป็นแมว สุนัข ที่คนส่วนใหญ่รู้จักและนิยมกัน ก็ยังมีความแตกต่างตามพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ทำให้มีความดุ ความขี้เล่น ความหวงเจ้าของที่ไม่เท่ากัน คุณจึงห้ามพลาดข้อแรกนี้โดยเด็ดขาด

มีพื้นที่และคนดูแลอย่างใกล้ชิด

สัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัข และแมวจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการวิ่งเล่น และการขับถ่าย ซึ่งคุณควรต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวในการรองรับสิ่งเหล่านี้ หากอาศัยในหมู่บ้านที่มีสวนสาธารณะ หรือมีสวนสาธารณะอย่างสวนลุมพินีใกล้บ้าน ก็ควรมีคนดูแลรับผิดชอบในการเก็บมูลสัตว์ ไม่ให้มีปัญหาสิ่งปฏิกูลเรี่ยราดตามพื้นที่ส่วนรวมด้วย

ศึกษาอาหารที่เหมาะสมกับวัยของสัตว์เลี้ยง

สัตว์แต่ละชนิดจะมีอาหารที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ต่างกัน เพื่อพัฒนาการทางสมอง และความสมบูรณ์ของอวัยวะภายในร่างกายที่ดีที่สุด คุณควรศึกษาว่าในช่วงวัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ และวัยชราของสัตว์เลี้ยงที่คุณสนใจต้องเน้นสารอาหารกลุ่มไหน ซึ่งสัมพันธ์กับการบริหารค่าใช้จ่ายรายวันของคุณที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นด้วย

การฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยง

การเสริมสร้างภูมิต้านทานแก่สัตว์เลี้ยงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คุณต้องศึกษา เนื่องจากสัตว์แต่ละสายพันธุ์จะมีโรคประจำตัวอยู่ เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วย น้ำนม อย่างสุนัข แมว หนู กระต่าย จะมีโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถติดต่อมายังคนได้ รวมถึงมีโรคเฉพาะของสัตว์ เช่น ไข้หัดสุนัข และแมว โรคตับ โรคลำไส้ โรคฉี่หนู ที่ทำให้สัตว์ป่วย ทรมาน และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว คุณจึงควรวางแผนการฉีดวัคซีนกับคลินิคสัตวแพทย์ใกล้บ้านอย่างสม่ำเสมอด้วย

การปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม

สำหรับคนที่เลี้ยงสุนัขเพื่อเฝ้าบ้าน ก็ควรทำการถางหญ้าและจัดการพื้นที่รกอันเป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์มีพิษอย่างตะขาบ งู รวมถึงโจรผู้ร้ายด้วย เพื่อความสวยงามของบ้านและลดเปอร์เซ็นต์การเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ที่จะเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและตัวคุณได้

การให้ความรักสม่ำเสมอ

ไม่ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะเป็นสายพันธุ์อะไร การให้เวลา ความเอาใจใส่ และความรักอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สัตว์เหล่านี้ มีความสุข ร่าเริงและไม่ป่วยง่าย มีการศึกษาว่าสัตว์ที่อยู่ใกล้ชิดคนมากเท่าใด ก็จะซึมซับความรู้สึกนึกคิดและมีความผูกพันกับคนมากเพียงนั้น คุณจึง ต้องตั้งใจว่าจะเลี้ยงจนแก่เฒ่า ไม่ทอดทิ้งจนมันตรอมใจและตายอย่างโดดเดี่ยว

รู้จักอุปนิสัยของสัตว์เลี้ยง

จะเห็นได้ว่า การมีสัตว์เลี้ยงมีภาระและความรับผิดชอบที่คุณต้องยอมรับให้ได้ อย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงให้ประโยชน์ทางจิตใจ ช่วยให้คุณคลายเหงาและยังสามารถช่วยเฝ้าบ้านให้คุณได้ การดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด จึงเป็นการตอบแทนความซื่อสัตย์และจงรักภักดีของสัตว์เหล่านี้อย่างแท้จริง

8 สิ่งดี ๆ จากการมี สุนัข แมว เป็นเพื่อน

สุนัข แมว เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่ครอบครัว คลุกคลีกับคนเรามาตั้งแต่สมัยโบราณนับพันปีเลยก็ว่าได้ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ได้สังเกตเห็นว่าในรูปสลักจากปิระมิดในอียิปต์ มีรูปแมวอยู่บนนั้นในลักษณะใกล้ชิดกับคน ส่วนสุนัขเองก็อยู่คู่กับหลายราชวงศ์ เช่น อังกฤษและไทยมานานหลายร้อยปี ดังที่มีสุนัข ย่าเหล ของในหลวง ร.6 และ คุณทองแดง ของในหลวง ร.9 ที่แสดงถึงความใกล้ชิดผูกพันกับคน

วันนี้เรามี “8 สิ่งดี ๆ จากการมี สุนัข แมว เป็นเพื่อน” มาฝากกัน เผื่อใครหลายคนจะอยากมีเพื่อนเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยเหล่านี้กันมากขึ้น

1. ทำให้คุณกระฉับกระเฉง

การเลี้ยงสุนัข แมว ทำให้คุณมีความแอคทีฟ active มากขึ้น เพราะเขาจะมาชวนคุณขยับตัวเสมอ ๆ โดยเฉพาะสุนัขที่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์จะร่าเริงมีความสุขกับการได้กระโดดวิ่งเล่นไปกับคุณ

2. ทำให้คุณได้ออกกำลัง

อย่างที่คุณเห็นในหนังฝรั่งที่เจ้าของมักโยนจานร่อนแล้วให้สุนัขไปวิ่งเก็บ อย่าลืมว่า เพียงขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย คุณจึงได้ออกกำลังกายมากขึ้นกับสัตว์เลี้ยงเหล่านี้

3. ช่วยให้หายเครียด

เวลาที่คุณมีปัญหาจากการทำงาน ไม่ว่าจะหงุดหงิดเครียดแค่ไหน แค่กลับมาเจอเจ้าสุนัข แมว ตัวโปรด คุณจะรู้สึกประหลาดใจว่าความเครียดที่มี อาการเซ็งต่าง ๆ หายไปเกือบหมด

4. รู้สึกมีคุณค่า

เพราะอาการทำตัวอ้อล้อ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ทุกวันที่เห็นคุณกลับมาจากทำงาน ทำให้คุณรู้สึกได้ทันทีว่าคุณมีค่ากับพวกเขามากกว่าใคร ๆ

5. ยิ้มง่ายกับเสน่ห์น่ารัก ๆ

สุนัข แมว มีประสาทสัมผัสทางการได้ยินและรับกลิ่นที่ดีกว่าคนหลายพันเท่า ธรรมชาติข้อนี้จึงทำให้สัตว์เลี้ยงสองสายพันธุ์นี้มีเสน่ห์ สังเกตที่ใบหูจะขยับไปมาเป็นเรด้าร์ ฟังเสียงนั่นนี่ จมูกดมฟุดฟิดเกือบตลอดเวลา

6. ช่วยเตือนภัยความผิดปกติ

หากมีสิ่งผิดปกติ สุนัข แมว จะทำให้คุณรู้ก่อนคนอื่น เพราะเขาจะเห่าหรือร้องเรียกก่อนที่ตาคุณจะเห็น เช่น มีคนแปลกหน้า มีงู เป็นต้น

อยากมีเพื่อนเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อย

7. ช่วยทำภาระกิจ

สุนัข มีอุปนิสัยที่ชอบอยู่คลุกคลีกับคน และว่ากันว่ามีความฉลาดเท่ากับเด็ก 7 ขวบ จึงนิยมนำมาฝึก เช่น สุนัขตำรวจช่วยดมกลิ่นหาสิ่งผิดกฎหมาย สุนัขนำทางคนพิการทางสายตา เป็นต้น

8. เป็น Nurse Aid ประจำตัว

สุนัขสามารถฝึกเป็น “บุรุษพยาบาล” เตือนเจ้าของว่า กำลังจะเป็นโรคลมชักกำเริบได้ หรือบอกได้ว่าเจ้านายกำลังเป็นโรคมะเร็งจากกลิ่นและสัมผัสที่ตาคนเราไม่อาจมองเห็นได้

สุนัข แมว ชอบคลุกคลีกับคนมากกว่าสัตว์อื่น ๆ หากคุณได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา จะรู้ได้ถึงเสน่ห์และข้อดีอีกมายมายจากสัตว์เลี้ยงเหล่านี้

รู้หรือไม่ พิพิธภัณฑ์สุนัขและแมวมีอยู่ทั่วโลก

สุนัขและแมวอยู่ร่วมกับมนุษย์มานานหลายศตวรรษ เป็นทั้งเพื่อน เป็นผู้อารักขาป้องกันและเป็นที่รักของผู้เป็นเจ้าของ คนส่วนใหญ่จะอารมณ์ดีเวลาเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเลื่อนดูภาพสุนัขและแมวที่น่ารักในเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของคนรักสัตว์อาจทวีคูณมากกว่าเดิมหากคุณได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สัตว์เลี้ยงที่มีอยู่มากมายทั่วโลก เป็นสถานที่ที่ควรแวะเข้าไปเยี่ยมชมสักครั้ง สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของคนทั่วโลก จึงไม่แปลกใจที่มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักของตน

พิพิธภัณฑ์สัตว์สัตว์เลี้ยง ที่คุณอาจจะไม่รู้จัก

พิพิธภัณฑ์หมาและแมวอย่างน้อย 17 แห่งกระจายอยู่ทั่วโลกตั้งแต่รัฐมิสซูรีทางตอนกลางของสหรัฐอเมริกาไปยังมาเลเซียไปจนถึงเมืองมินสค์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเบลารุส หนึ่งในนั้นคือ “Ernest Hemingway Home And Museum” เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวสัตว์เลี้ยงของนักเขียนผู้เป็นตำนาน “Ernest Hemingway” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักแมวมาก ในขณะที่เขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ยังสามารถเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แมวของเฮมมิงเวย์ได้ที่บ้านเก่าของเขาในเมืองคีย์ เวสต์ รัฐฟลอริด้า ที่นี่เลี้ยงแมวไว้ประมาณ 40-50 ตัวเห็นได้จะ ล้วนเป็นลูกหลานของเจ้าเหมียวตัวโปรดที่นักประพันธ์เลี้ยงไว้สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่

ต่อไปเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์เลี้ยง “Presidential Pet Museum” ความหมายตรงตามชื่อคือสัตว์เลี้ยงของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐนั่นเอง ทุกสิ่งในพิพิธภัณฑ์อุทิศให้กับสัตว์เลี้ยงของผู้นำเกือบทุกคนในประวัติศาสตร์ของอเมริกา ขณะนี้พิพิธภัณฑ์สัตว์เลี้ยงของประธานาธิบดีปิดปรับปรุง แต่คุณสามารถสอดส่องดูสัตว์เลี้ยงของอดีตประธานาธิบดีทุกท่านได้ในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ ส่วนผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันข่าวว่ายังไม่มีสัตว์เลี้ยงในสังกัดในขณะนี้

ใกล้บ้านเราหน่อยก็จะเป็นพิพิธภัณฑ์ Kuching Cat ในเมืองกูชิงซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ในเกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย คำว่า Kuching แปลว่าแมวในภาษามาเลย์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับแมวมากกว่า 2,000 ชิ้นย้อนหลังไปถึง 5,000 ปี แสดงให้เห็นว่าเมืองนี้มีความรักความผูกพันกับแมวมาก คนรักแมวไปเที่ยวแล้วไม่ผิดหวัง อีกแห่งที่คล้ายกันคือพิพิธภัณฑ์ Maneki Neko หรือแมวนำโชค มีอยู่ 2 แห่งในญี่ปุ่นรวมทั้งอีกแห่งในเมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐ พิพิธภัณฑ์ล้นไปด้วยตุ๊กตาและเครื่องรางรูปแมวให้ชื่นชมหรือซื้อนำกลับบ้านไปพร้อมกับคุณเพื่อให้แมวโชคดีอยู่ใกล้กับหัวใจเสมอ

คุยเรื่องพิพิธภัณฑ์สุนัขกันบ้าง “Dog Collar Museum” เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสุนัขล้วนๆ ตั้งอยู่ที่ ปราสาทลีดส์ในเมืองเคนท์ ประเทศอังกฤษ เป็นแหล่งสะสมปลอกคอสุนัขจากศตวรรษที่ 16 ถึง 19 คนมาเที่ยวกันจำนวนมากก็เพื่อดูปลอกคอสุนัขนี่เอง ต่อไปเป็นพิพิธภัณฑ์สุนัขในสหรัฐชื่อว่า “American Kennel Club Museum Of The Dog” ในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ ซึ่งกำลังจะย้ายไปนิวยอร์ก ซิตี้ เร็วๆ นี้ ผู้ที่ชื่นชอบสุนัขจากทั่วโลกจะได้สัมผัสถึงความรักความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างเจ้าของและสุนัขอันเป็นที่รัก นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมให้เจ้าของพาสุนัขไปร่วมงานด้วยในช่วงบ่ายวันสุดสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม เห็นแล้วคุณจะเข้าใจว่าความรักความผูกพันทำให้สุนัขและกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวได้อย่างไร

รู้หรือไม่ พิพิธภัณฑ์สุนัขและแมวมีอยู่ทั่วโลก