สถานที่รับฝากเลี้ยงสุนัข อีกหนึ่งที่ที่ปลอดภัย

สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมักจะต้องพบเจอกับปัญหาอย่างหนึ่งที่ว่า หากวันใดวันหนึ่งต้องการที่จะเดินทางเพื่อท่องเที่ยวหรือต้องการที่จะพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมทั้งถ้าหากใครมีธุระด่วนต้องรีบเดินทางหลายวัน สุดท้ายสิ่งที่ต้องกังวลนั่นก็คือ สุนัขและแมวที่อยู่ที่บ้าน เพราะพวกเขาจะไม่มีใครดูแลนั่นเอง แต่สำหรับปัญหานี้ทางเลือกหนึ่งที่เจ้าของจะสามารถแก้ไขได้ นั่นก็คือ การนำสุนัขและแมวไปฝากเลี้ยง อาจจะเป็นญาติ เพื่อน หรือแม้กระทั่งพี่น้อง แต่การแก้ไขด้วยวิธีนี้อาจจะไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เนื่องจากบางบ้านอาจจะไม่เคยเลี้ยงสุนัขและแมวมาก่อนเลยก็ยากที่จะดูแลให้โดยตรง สุดท้ายการแก้ไขปัญหานี้ที่ดีที่สุด และนับได้ว่าถูกต้องที่สุด ก็คือ นำสุนัขและแมวไปฝากยังสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงโดยตรง ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

บริการสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง อีกหนึ่งบริการดี ๆ

ปกติแล้วสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง มักจะมีการให้บริการแบบครบวงจรเป็นหลัก โดยมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดูแลสุนัขคอยให้บริการโดยตรง สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงจึงกลายเป็นธุรกิจที่ถูกออกแบบขึ้นมา เพื่อที่จะให้การตอบรับผ่านการดูแลสัตว์เลี้ยง พร้อมทั้งมีการให้บริการในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การขนส่งหมาและแมว , การตัดขนหมาและแมว , การฝึกหัดสัตว์เลี้ยง พร้อมทั้งการขายหมาและแมว เป็นต้น แต่สิ่งที่สุนัขและแมวจะได้จากที่นี่ นั่นก็คือ ความรักและการดูแลเอาใจใส่โดยตรง โดยเน้นในเรื่องของสุขภาพพร้อมทั้งความสุขที่สุนัขและแมวจะได้รับ นับได้ว่าเป็นการตอบสนองความต้องการให้กับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงโดยตรง หรือ ผู้ที่ติดธุระด่วนและไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองได้

ในเรื่องของความปลอดภัยเป็นเลิศ

สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ จะมีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยพื้นที่เหล่านี้จะไม่มีสารเคมี ไม่มีของมีคมจนทำให้เกิดอันตรายแก่สัตว์เลี้ยงอย่างเด็ดขาด แถมสัตว์เลี้ยงของคุณจะมีพื้นที่ที่ใช้ในการออกกำลังกาย ทำให้สุนัขและแมวมีความสุขอย่างมากที่สุดนั่นเอง การให้บริการของสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง กลายเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ให้กับกลุ่มคนที่รักสัตว์ได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องเร่งด่วน ติดธุระหลายวัน ตลอดจนกระทั่งอยากจะฝึกอบรมสัตว์เลี้ยง หรือใช้บริการอื่น ๆ จากสถานที่แห่งนี้โดยตรง คุณสามารถนำสัตว์เข้าไปติดต่อและขอรับบริการได้อย่างที่ไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด

วิธีดูแลรักษาสุนัขและแมวป่วย แบบเบื้องต้น

หากคุณรู้สึกว่าสุนัขหรือแมวตัวโปรดของคุณ กำลังมีอาหารเซื่องซึม ดูผิดปกติ แลดูเหมือนพวกเขากำลังจะป่วย ขอให้คุณพยายามสังเกตอาการเด่น ๆ ของพวกเขา เพื่อที่คุณจะได้รู้ก่อนว่า พวกเขากำลังผิดปกติไปอย่างไรบ้าง หากจำเป็นจะต้องพบแพทย์จริง ๆ คุณก็ควรพาพวกเขาไปพบแพทย์โดยด่วน โดยบอกอาการผิดปกติของพวกเขาอย่างละเอียด เพื่อที่แพทย์จะทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วในเบื้องต้น แต่ถ้าหากสุนัขและแมวตัวโปรดของคุณมีอาการไม่มากเท่าไหร่นัก อย่างเช่น มีอาการซึมเนื่องจากพวกเขาอาจจะเป็นไข้ หรือมีอาการอาเจียน ก็ขอให้ลองสังเกตอาการของพวกเขาดูก่อนสักระยะ โดยในระหว่างนี้คุณสามารถดูแลและรักษาอาการป่วยแบบเบื้องต้นให้กับพวกเขาได้ ดังนี้

หากมีอาการเซื่องซึมเนื่องจากเป็นไข้ ถ่ายเหลว และอาเจียน

หากคุณพบเจอว่าสุนัขและแมวของคุณมีอาการเซื่องซึมเหมือนเป็นไข้ รวมไปถึงพวกเขามีอาการถ่ายเหลว และอาเจียนออกมา การรักษาอาการเบื้องต้นด้วยสมุนไพร คุณสามารถทำได้ด้วยการให้พวกเขากินใบตะไคร้อ่อน แต่ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมกินแบบสด ๆ ก็ควรที่จะต้มและนำน้ำตะไคร้มาป้อนให้กับพวกเขา โดยป้อนทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง ไม่นานอาการของพวกเขาก็จะดีขึ้น หากไม่ดีขึ้นควรรีบนำพาไปพบแพทย์

กรณีที่สุนัขมีอาการท้องเสียเป็นอย่างมาก

สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้เรางดอาหารและน้ำให้กับสุนัขและแมวทันที อย่างน้อยต้องงดเป็นระยะเวลา 1 วัน เพื่อดูอาการ ต่อให้พวกเขาจะมีความกระหายสักแค่ไหน คุณจะต้องพยายามใจแข็งและรอดูอาการของเขาต่อไป หากว่าเขาหยุดถ่ายเมื่อไหร่ อาการของพวกเขาก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากพบว่าสุนัขและแมวทั้งถ่ายและก็อาเจียนไปพร้อม ๆ กัน ควรนำพาไปพบแพทย์โดยด่วน

กรณีที่สุนัขและแมวมีบาดแผลตามร่างกาย

สุนัขและแมวที่มีบาดแผลตามร่างกาย คุณสามารถดูแลรักษาเขาได้ในเบื้องต้น ด้วยการทายาเบตาดีนให้กับเขา ซึ่งจะช่วยป้องกันและไม่ทำให้แผลของเขาลุกลามไปจากเดิม แต่ถ้าหากบาดแผลมีขนาดใหญ่มาก หรือเป็นหนอง ให้ใช้ยาผงเนกาซันโรยที่แผล ซึ่งแผลจะค่อย ๆ แห้งและหายในที่สุด

ทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการดูแลและรักษาอาการป่วยเบื้องต้นของสุนัขและแมว ซึ่งคุณสามารถทำได้ตามรายละเอียดในข้างต้น แต่ถ้าหากทดลองทำแล้วไม่ดีขึ้น ก็ควรพาสุนัขและแมวตัวโปรดของคุณไปพบแพทย์ เพื่อที่แพทย์จะได้วินิจฉัยอาการและรักษาได้อย่างทันท่วงที

รู้หรือยัง? วิธีเลี้ยงและการดูแลสุนัขที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบไปกับการเลี้ยงแมว เลี้ยงสุนัข และอยากจะให้พวกเขามีสุขภาพที่ดี คุณจำเป็นจะต้องใส่ใจในทุก ๆ เรื่องของเขา โดยเฉพาะโภชนาการที่ร่างกายของพวกเขาต้องได้รับ และการพาพวกเขาไปพบสัตวแพทย์อย่างเป็นประจำ การออกกำลังกายที่ดีสำหรับพวกเขา และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณจะต้องใส่ใจ ซึ่งวันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

1.การเตรียมที่อยู่อาศัย

  • สำหรับสุนัขที่อยู่บริเวณนอกบ้าน คุณจะต้องมีที่บังแสงแดดให้กับพวกเขา และที่บังแสงแดดที่ว่านี้ จะต้องสามารถกันฝน และ ลมหนาวให้กับพวกเขาได้ด้วย
  • สุนัขส่วนใหญ่ มักจะต้องการที่นอนอันแสนอบอุ่นและมีความเย็นสบายภายในตัว
  • หากคุณจะผูกสุนัข คุณควรใช้เชือกหรือโซ่ที่ค่อนข้างยาว และควรระมัดระวังไม่ให้โซ่หรือเชือกพันรอบตัวของพวกเขาด้วย

2.การจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่ม

สุนัขส่วนใหญ่มักจะต้องการสารอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างแท้จริง พร้อมทั้ง น้ำ คุณจะต้องจัดเตรียมเอาไว้ให้เขาได้ดื่มกินอยู่เสมอ ซึ่งทั้งอาหารและน้ำจะต้องใส่ภายในภาชนะที่สะอาดเท่านั้น และสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงห้ามให้สุนัขอย่างเด็ดขาด นั่นก็คือ เศษอาหารที่เป็นกระดูกแหลมคม เพราะจะส่งผลทำให้มีสิทธิ์ทิ่มแทงคอของพวกเขา ตลอดจนกระทั่งอาจจะเข้าไปสร้างปัญหาในระบบลำไส้ของพวกเขาได้ในที่สุด

3.การออกกำลังกายของสุนัข

  • การออกกำลังกายของสุนัข ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะจะส่งผลทำให้พวกเขามีร่างกายและสุขภาพที่แข็งแรงและดูดีได้ตลอดเวลา
  • ไม่ควรผูกสุนัขเอาไว้ตลอดเวลา โดยที่คุณไม่ปล่อยให้เขาได้ออกกำลังกายเลย
  • การพาสุนัขออกไปเดินเล่นในแต่ละวัน หรือ เลือกที่จะเล่นสนุกหรือทำกิจกรรมกับสุนัข นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อพวกเขา และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับสุนัขได้เป็นอย่างมาก

4.อนามัยของสุนัข

ในส่วนของเรื่องอนามัย นับได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก คุณควรดูแลและใส่ใจพวกเขาอยู่เสมอ ตรวจดูว่าพวกเขามีโรคไร ริ้น และมีหมัดหรือไม่ หากพบว่ามีควรปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อที่จะรักษาพวกเขาได้อย่างถูกต้อง อีกอย่างในส่วนของพื้นที่การเลี้ยงดู คุณจะต้องดูแลให้มีความสะอาดอยู่เสมอด้วย

นอกจากนี้ คุณควรพาสุนัขไปฉีดวัคซีนต่าง ๆ ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันโรคชนิดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเขา รวมไปถึงเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโรค ที่อาจจะเกิดขึ้นกับสุนัขแต่ละตัวได้โดยตรง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ที่กลุ่มคนเลี้ยงสุนัขจะต้องใส่ใจและปฏิบัติอย่างเป็นประจำ เพื่อให้พวกเขาแข็งแรงและมีสุขภาพดี

สุนัข 3 สายพันธุ์ ที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกได้อย่างดีเลิศ

บางครั้งสุนัขที่ดูเหมือนพบเจอคนแปลกหน้าไม่ค่อยได้ เห่าเสียงดังตลอด จริงๆ แล้วพวกเขาอาจจะไม่ได้เห่าเพื่อขู่ แต่พวกเขากำลังเห่าเพื่อที่จะทักทายอย่างเป็นมิตรอยู่ก็ได้ สำหรับบ้านไหนที่ต้องพบปะผู้คน มีผู้คนมาที่บ้านบ่อย คุณอาจจะต้องเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ที่เข้ากับคนได้อย่างง่ายๆ ถึงจะดีที่สุด ซึ่งวันนี้เรามีสุนัข 3 สายพันธุ์ ที่สามารถต้อนรับแขกได้อย่างดีเลิศ

สุนัขสายพันธุ์ เฟรนช์ บลูด๊อก

หมาสายพันธุ์นี้ มักจะมีลักษณะกล้าหาญ ชาญฉลาด และก็มีนิสัยร่าเริงเป็นหลัก ส่งผลทำให้คนไทยส่วนใหญ่ เกิดความสนใจที่จะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพวกมันจะมีขนาดตัวที่เล็ก รูปร่างจะออกกลมๆ ป้อมๆ แถมขายังสั้นอีกต่างหาก ส่งผลทำให้เวลาที่พวกมันเดินนั้น จะดูน่ารักๆ เพราะสะโพกของพวกมันจะส่ายไปส่ายมา แถมจมูกที่ดูสั้น มีลักษณะย่นๆ ปากออกกว้าง ใบหน้าของพวกมันจึงเหมือนกับยิ้มให้กับเราตลอด ที่สำคัญ พวกมันเป็นสุนัขที่เข้ากับคนได้ง่าย เห่าน้อย ทำให้สามารถรับแขกได้อย่างดีเลิศเลยทีเดียว

สุนัขสายพันธุ์ โคตอน เด ทิวเลียร์

โคตอน เด ทิวเลียร์ เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก ขนยาวและนุ่มฟู มาในมาดของสุนัขที่มีนิสัยร่าเริง ฉลาดและว่องไว แถมยังถูกจัดให้เป็นสุนัขสุดแสนจะอารมณ์ดี สามารถปรับตัวได้ง่าย ทำให้เข้ากับคนได้ง่ายมาก ส่วนใหญ่พวกมันจะสามารถสร้างรอยยิ้มได้เก่ง แถมพวกมันยังคงมีพื้นที่ของตัวเองเป็นหลักอีกด้วย

สุนัขสายพันธุ์ เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก

สุนัขสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะฉลาดเป็นอย่างมาก แถมร่างกายของพวกมันก็ยังคงแข็งแรง ถึงแม้จะมีลักษณะใหญ่โต มีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูง และยังคงกล้าหาญ แต่ด้วยความที่นิสัยเป็นมิตรและมีความอ่อนโยน ทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้สามารถต้อนรับแขกได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะพวกเขาจะไม่ก้าวร้าว และไม่ขี้อาย ทำตัวสง่าผ่าเผยเป็นหลักอีกด้วย

และนอกจากสุนัขทั้ง 3 สายพันธุ์นี้ ที่สามารถต้อนรับแขกให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังคงมีสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ ที่มีนิสัยเป็นมิตร มีความอ่อนโยน สง่างาม และรักความสงบ ซึ่งเข้ากับผู้คนได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน หากบ้านไหนหรือใครที่ต้องต้อนรับแขกเยอะๆ ก็อย่าลืมศึกษารายละเอียดของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ด้วยนะคะ เพราะคุณจะต้องเลี้ยงสุนัขที่เป็นมิตรกับคน ถึงจะดีที่สุด

หมาหรือแมวจรจัด ไม่ได้สกปรกเสมอ

นิสัยคนส่วนมากนั้นจะชอบในสิ่งที่สะอาดสะอ้าน รังเกียจสิ่งสกปรก บุคคลที่มีกลิ่นตัวเน่าเหม็นหื่งหรือมีกลิ่นตัวแรง ก็มักจะต้องทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างทำตัวทิ้งระยะห่างเอาไว้อยู่บ่อยครั้ง หมาแมวหรือสัตว์อื่นๆก็เช่นเดียวกัน หากว่าเป็นแมวจรจัดหรือหมาจรจัดที่ไม่มีเจ้าของ มันก็จะดูสกปรกมอมแมมอยู่บ้าง ไหนจะต้องคอยยืนตากฝนนอนกลางพื้น กินกลางดินกลางทรายและไม่มีใครมาช่วยทำความสะอาดเนื้อตัว ความจริงนั้นมันไม่ได้ถึงขั้นเลวร้ายจนไม่สามารถทำให้คนที่รักในสัตว์ต้องทำตัวออกห่าง เราสามารถให้อาหาร ให้ความรักเอ็นดูในสัตว์เลี้ยงจรจัดเหล่านั้นได้

บางตัวอาจจะเคยดูดีมาก่อน เคยอยู่ในคอนโดหรือบ้านหรู มีเจ้านายคอยให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่เมื่อวันหนึ่งถูกเจ้านายทอดทิ้ง มันจึงต้องกลายเป็นแมวทีไร้บ้าน สุนัขที่ไร้เจ้าของ เดินเวียนวนอยู่ตามท้องถนน เราจะพบเรื่องแบบนี้กันอยู่ทุกวัน บางคนอยากให้อาหารแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ บางคนอยากให้อาหารแต่กลัวติดเชื้อ น้อยคนนักที่จะกล้าให้อาหารโดยที่ให้ความรักและเอ็นดูมันอย่างใส่ใจ หากเราไปหนึ่งคนที่รักในสัตว์เห็นแล้วรู้สึกเวทนา สงสาร อยากให้มันมีกิน และถ้ามีเจ้าของด้วยก็จะยิ่งดีเป็นอย่างยิ่ง

หมาโดนทิ้ง

ดูกำลังของตัวเรา และเริ่มต้นช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้น

ถ้ามันไม่เกินกำลังของเราเกินไป และสถานที่เราอำนวยความสะดวก สัตว์เลี้ยงจรจัดเราสามารถนำมันไปอาบน้ำทำความสะอาดเนื้อตัวและนำมาเลี้ยงได้ ไม่ต่างจากหมาแมวที่เราได้เคยเลี้ยงมันตั้งแต่สมัยเด็ก ช่วงแรกมันอาจจะมีเรื่องกลาก เชื้อราตามผิวหนัง ซึ่งเป็นตามประสาของสัตว์เลี้ยงจรจัดที่ขาดการดูแล หามันได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลาผ่านไป เซลล์ผลัดผิว มันก็จะกลับมาดูดีอีกครั้งได้เช่นกัน แต่ที่สำคัญกว่าคือเราควรจะมีความรักและความเอ็นดู แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่แก่แล้ว หากว่าเราเลือกที่จะเลี้ยงก็จงดูแลมันให้ดี

แต่หากไม่สะดวกด้วยปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว สถานที่ไม่อำนวย ไม่มีเวลาให้ ไม่มีคนดูแล เราก็สามารถคอยให้อาหารมันได้อยู่เสมอไม่ว่ามันจะอยู่ระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกงานของเรา หรือจะอยู่ในโซนที่ไม่ค่อยมีคนให้อาหาร ไม่ค่อยมีคนพบเห็น การช่วยสัตว์เหล่านี้เป็นบุญอันใหญ่หลวง เราให้มันมีอยู่มีกิน ถึงแม้มันอาจจะตอบแทนเราในชาตินี้ไม่ได้ แต่ชาติถัดไป คนที่เชื่อว่าเวรกรรมมีจริงก็ย่อมรู้ว่าเราอาจจะได้เจอกับเจ้าสัตว์เหล่านั้นอีกครั้ง อาจจะเป็นในสถานะที่มันเป็นคนคอยช่วยเหลือเราก็ได้

อย่าปล่อยให้สัตว์เลี้ยงโดดเดี่ยวบ่อยนัก

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนที่รักสัตว์เลี้ยงมากแค่ไหน ซื้อหมาซื้อแมวมาเลี้ยงดูอุ้มชูกันเป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงภารกิจที่มาอย่างเร่งด่วนและจำเป็นที่จะต้องทิ้งเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเราไว้ที่บ้าน ไม่สามารถนำไปด้วยได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นกันเป็นประจำอยู่บ่อยครั้งในหลายหลายคน เช่น เราติดประชุมงานแล้วจะเอาสุนัขของเรามาไปนั่งประชุมด้วย เจ้านายคงไล่ออกอย่างแน่นอน

ดังนั้นก่อนที่เราคิดจะเลี้ยงสัตว์ เราจะต้องดูก่อนว่าอาชีพการงานของเรา ทั้งในวันนี้และในอนาคต ลองพยายามมองโดยรวมว่าเราจำเป็นที่จะต้องห่างไกลกับเจ้าหมาตัวน้อยมากแค่ไหนและบ่อยครั้งหรือเปล่า เรามีนิสัยหมกหมุ่นในเกมส์ การพนัน ติดหนัง ไม่สนใจผู้อื่นและสิ่งรอบข้างหรือไม่ หรือถ้าเราทำงานประจำ ตื่นเช้ามาเราก็ออกไปทำงาน ในบ้านไม่มีใครอยู่ ทิ้งไว้แต่หมาตัวน้อย กว่าจะกลับบ้านก็สองสามทุ่ม กลับมาแล้วก็ง่วงนอนเพราะเหนื่อยจากการทำงาน กลายเป็นว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงของเรานั้นไม่ได้มีความสุขในการใช้ชีวิตร่วมกับเราเลย มันเหมือนเป็นหมาผู้โดดเดี่ยวโดนเจ้านายทิ้งถึงแม้ว่าจะอยู่ในบ้านเดียวกันก็ตาม

คิดให้ดีก่อนเลือกเลี้ยงสัตว์

ใจเขาใจเรา… ก่อนเลี้ยงต้องตัดสินใจให้ดี บางคนเมื่องานเยอะขึ้นเรื่อยๆก็ใช้วิธีตัดปัญหาโดยการจับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไปปล่อยวัดเพื่อตัดปัญหา แล้วเวลาอยากเลี้ยงสัตว์มาใหม่ก็ไปซื้อมาใหม่วนเวียนแบบนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานให้เจ้าสัตว์เลี้ยงแล้ว มันยังเป็นการสร้างบ่วงกรรมให้กับตัวเราเองอีกด้วย เลือกที่จะดูแลเขาแต่สุดท้ายก็เอาไปทิ้ง ไม่รู้ว่าต้องเผชิญอะไรกับโลกภายนอกบ้าง อาจจะโดนคนวางยาหรืออาจจะโดนคนจับไปทำเป็นอาหาร

ไตร่ตรองให้ดีก่อน เมื่อเรามั่นใจว่าเรามีเวลาเลี้ยงได้จึงค่อยตัดสินใจซื้อมันมาเลี้ยง และควรจะให้ความรักความเอ็นดูกับมัน ถึงแม้บางครั้งจะมีการติดธุระบ้าง กลับมาก็ให้รางวัลสักหน่อย เจ้าตัวน้อยก็คงจะไม่ได้โกรธเคืองเรามากมายนัก “รักสัตว์เลี้ยง… ต้องใส่ใจในทุกความรู้สึกของตัวมันด้วย”